ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช้านี้ รับความเชื่อมั่นของนักลงทุนก่อนเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการและการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนโฟกัสการลงทุนนอกตลาดสหรัฐฯ ด้านตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งทำนิวไฮเช่นกัน รับข่าวรัฐบาลจ่อยุบสภาเลือกตั้งก.พ. ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับขึ้น 1.2% แตะระดับสูงสุดตลอดกาล โดยดัชนีหมวดย่อยส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่เช่นกัน ท่ามกลางบรรยากาศซื้อขายที่อยู่ในทิศทางบวก ราคาโลหะเงินปรับลดลง 1.2% ด้านราคาทองคำในตลาดสปอตทรงตัว หลังจากที่โลหะมีค่าทั้งสองชนิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวในช่วงแรกส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยดัชนี Nikkei พุ่งขึ้น 3.6% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 53,814.79 จุด ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 53,561.76 จุด ณ เวลา 9.30 น. ตามเวลาไทย ส่วนดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 2.4% แตะที่ 3,599.31 จุด ทำนิวไฮเช่นกัน ดัชนีและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นดีดตัวแรง หลังสื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่นมีแผนจะยุบสภาในช่วงปลายเดือนนี้ และอาจจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือนก.พ. โดยพรรค LDP ต้องการใช้โอกาสในช่วงที่คะแนนนิยมของนางซาเนเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรียังอยู่ในระดับสูง เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาล ทั้งนี้ ผลสำรวจของ Nikkei ระบุว่า คะแนนนิยมของทาคาอิจิสูงเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 75% โดยคะแนนนิยมยังอยู่เหนือระดับ 70% เป็นเดือนที่สามติดต่อกัน 
ขณะที่ค่าเงินเยนผันผวน หลังซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวว่า ตนเองได้แจ้งต่อสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ถึงความกังวลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในทิศทางเดียว แม้หุ้นเอเชียจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสามปีที่ผ่านมาและมูลค่าหุ้นยังอยู่ในโซนถูก แต่ในสัปดาห์นี้ ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา อาทิ ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และความเป็นไปได้ที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยโมเมนตัมของตลาดหุ้นบ่งชี้ว่า นักลงทุนมองข้ามการที่รัฐบาลสหรัฐฯ โจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รอบใหม่ ด้วยการเปิดฉากสอบสวนเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กรณีใช้งบซ่อมแซมอาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เดวิด เชา นักกลยุทธ์ตลาดโลกจาก Invesco Asset Management มองว่า “สินทรัพย์นอกสหรัฐฯ อาทิ หุ้นยุโรปและเอเชีย มีแนวโน้มดูน่าสนใจกว่า โดยเฉพาะในแง่มูลค่าที่ถูกกว่า และในช่วงที่นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ มีความไม่แน่นอนมากขึ้น” ข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่า หุ้นเอเชียมีมูลค่าถูกกว่าเมื่อเทียบกับดัชนีของสหรัฐ โดยดัชนี MSCI Asia Pacific ซื้อขายที่ระดับ P/E ประมาณ 15 เท่า ขณะที่ดัชนี S&P 500 อยู่ที่ 22 เท่า และ Nasdaq 100 อยู่ที่ 25 เท่า ที่มา Bloomberg และ Reuters 
|