ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (4 ก.พ.) โดยดัชนี S&P 500 และแนสแดคปิดแดนลบ หลังถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงอย่างหนัก นำโดย Advanced Micro Devices (AMD) และ Palantir ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูง และคำถามในหมู่นักลงทุนว่า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พุ่งขึ้นใกล้ถึงจุดสูงสุดหรือยัง ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,501.30 จุด เพิ่มขึ้น 260.31 จุด หรือ +0.53%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,882.72 จุด ลดลง 35.09 จุด หรือ -0.51% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 22,904.58 จุด ลดลง 350.61 จุด หรือ -1.51% หุ้น Alphabet ร่วงเกือบ 2% ก่อนรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาด แต่กลับมารีบาวด์ 2% หลังปิดตลาด จากการที่บริษัทระบุว่า จะเร่งการลงทุนด้าน AI อย่างจริงจังเพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรม หุ้น AMD ผู้ผลิตชิป ทรุดลง 17% หลังเผยคาดการณ์ไตรมาสปัจจุบันต่ำกว่าที่ตลาดคาด และส่งสัญญาณถึงความยากลำบากในการแข่งขันกับ Nvidia ผู้นำตลาดชิป AI ขณะที่หุ้น Nvidia ลดลง 3.4% ส่งผลให้ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย ร่วง 4.4% ด้านหุ้น Palantir บริษัทข้อมูล AI ร่วงเกือบ 12% หลังบวกแรงในวันก่อนหน้าจากยอดขายรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง เจด เอลเลอร์บรูค ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก Argent Capital กล่าวว่า “การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มีขนาดใหญ่และเกิดขึ้นเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกับการยอมรับเทคโนโลยี AI ของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ตลาดกำลังเผชิญความยากลำบากอย่างมากในการประเมินมูลค่าที่เหมาะสม และเริ่มมีความกังวลมากขึ้น” 
หุ้นซอฟต์แวร์หลายตัวปรับลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่า AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วอาจเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม โดย Snowflake ลดลง 4.6% และ Datadog ลดลง 3.3% ขณะเดียวกัน นักลงทุนโยกเงินออกจากหุ้น AI ไปยังหุ้นที่ถูกกว่า ซึ่งไม่ได้รับอานิสงส์จากการกระแสเทคโนโลยีนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 หุ้นกลุ่มคุณค่าปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเติบโตปรับลดลง จอช แชสแทนต์ ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนฝ่ายหลักทรัพย์ของ GuideStone Funds ระบุว่า “ซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมที่ล้าสมัยและใช้งานได้ไม่คล่องตัว มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI เข้ามาแทนที่ เราจึงมีมุมมองค่อนข้างเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์โดยรวม ภายใต้แรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี AI” แม้ตลาดโดยรวมจะอ่อนตัว แต่หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มของ S&P 500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มพลังงานที่เพิ่มขึ้น 2.25% และกลุ่มวัสดุเพิ่มขึ้น 1.8% หุ้น Super Micro Computer พุ่งขึ้น 13.8% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของเซิร์ฟเวอร์ AI ขณะที่ Eli Lilly พุ่งขึ้น 10% หลังคาดการณ์กำไรปี 2026 สูงกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งช่วยจำกัดการปรับลดลงของดัชนี S&P 500 ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ระบุว่า การจ้างงานเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือนม.ค. เนื่องจากตำแหน่งงานที่ลดลงในภาคบริการวิชาชีพ ธุรกิจ และภาคการผลิต โดยบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ จ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 45,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขหลังปรับทวนเดือนธ.ค. ลดลงมาอยู่ที่ 37,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนม.ค. ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนเป็นเวลา 4 วัน ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.พ.) ที่มา Reuters 
|