| พลิกกลับมารายงานกำไร 3.2 พันล้านบาท ดีกว่าตลาดคาด แรงหนุน GRM • คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 42 บาท อิง PBV 0.65 เท่า มุมมองเชิงฟื้นตัวของกำไรปกติในระยะถัดไป จากแรงหนุนของธุรกิจ Olefins/Polymers • PTTGC รายงานกำไร 1Q26 ที่ราว 3.2 พันล้านบาท ฟื้นตัวเด่นจากไตรมาสก่อน และกลับมาเป็นกำไรได้หลังธุรกิจโรงกลั่นและอะโรเมติกส์กลับมาเดินเครื่องปกติ หลัง shutdown ใน 4Q25 โดยมีแรงหนุนหลักจาก Market GRM ที่เพิ่มขึ้น • 2Q26 ยังมีแรงหนุนจาก Olefins/Polymers ที่เริ่มฟื้นชัดขึ้น จากการรับรู้ผลบวกราคา PE ที่ปรับขึ้นเต็มไตรมาส และการกลับมาเดินเครื่องของ Olefins 4 ขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นอาจอ่อนลงตาม GRM และ crude premium ที่สูงขึ้น แต่ภาพรวมกำไรปกติยังมีโอกาสฟื้นต่อ Result review : . PTTGC พลิกกลับมามีกำไรที่ 3.2 พันล้านบาท ดีกว่าที่ตลาดคาด ปรับตัวดีขึ้นจาก 1Q25 ที่ขาดทุน 2.5 พันล้านบาท และจาก 4Q25 ที่ขาดทุน 5.5 พันล้านบาท ได้แรงหนุนจากโรงกลั่นและอะโรเมติกส์กลับมาเดินเครื่องตามปกติหลังปิดซ่อมใน 4Q25 รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน ขณะที่ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 14,846 ล้านบาท จากราว 4,200 ล้านบาทในไตรมาสก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากธุรกิจ Upstream ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 87% ของ EBITDA รวม โดยเฉพาะโรงกลั่นที่ Market GRM เพิ่มขึ้นจาก 7.9 เป็นราว 16-16.7 เหรียญ/บาร์เรล และยอดขายเพิ่มขึ้นราว 8 ล้านบาร์เรล ด้าน Core operating profit อยู่ที่ราว 6.3 พันล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ราว 3.2 พันล้านบาท ได้แรงหนุนจาก Stock gain/NRV ราว 7.1 พันล้านบาท และ FX gain ราว 1.0 พันล้านบาท แต่ถูกหักล้างบางส่วนจาก Commodity hedging loss ราว 7.9 พันล้านบาท และรายการพิเศษจาก impairment หลายรายการ อาทิ GCP, US gas project และ PTT MCC แม้จะมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ tank & terminal ราว 3.3 พันล้านบาทเข้ามาช่วยชดเชย ไตรมาส 2 Core Operation ยังอยู่ในระดับทรงตัว . สำหรับแนวโน้ม 2Q26 เรามองว่าภาพของธุรกิจจะยังแตกต่างกันในแต่ละสายธุรกิจ ปัจจัยบวกจากธุรกิจ Olefins/Polymers ที่จะเริ่มสะท้อนราคาขาย PE ที่ปรับขึ้นหลังสงครามเข้ามามากขึ้น เนื่องจาก 1Q26 ยังรับรู้ผลบวกไม่เต็มที่จาก lag time ของคำสั่งซื้อและการส่งมอบราว 1 เดือน อีกทั้งการกลับมาเดินเครื่องของ Olefins 4 จะช่วยเพิ่มการใช้ naphtha feedstock และหนุนปริมาณผลิตภัณฑ์ในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงกลั่นอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจาก GRM ที่เริ่มอ่อนตัวลงจากระดับสูงใน 1Q26 ประกอบกับต้นทุน crude premium และ freight ที่ปรับขึ้นชัดเจน โดยบริษัทระบุว่าค่า premium สำหรับ crude ที่ซื้อในเดือนเมษายนปรับขึ้นจากราว 3 บาท/ลิตรใน 1Q26 เป็นราว 8.7 บาท/ลิตร หรือประมาณ 40-45 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงอาจสร้างความเสี่ยงต่อ stock loss คงราคาเป้าหมาย 42 บาท . คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 42 บาท อิง PBV 0.65 เท่า มุมมองเชิงฟื้นตัวของกำไรปกติในระยะถัดไป จากแรงหนุนของธุรกิจ Olefins/Polymers ที่คาดว่าจะเริ่มสะท้อนราคาขาย PE ที่ปรับขึ้นได้ชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 หลังผลบวกใน 1Q26 ยังรับไม่เต็มที่ . ความเสี่ยง : ความเสี่ยงจาก Supply ที่ล้นตลาด ในขณะที่ Demand ลดลงจากเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ : เอกรินทร์ วงษ์ศิริ เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 055680 ekkarin@trinitythai.com
|