ธนาคารโลกปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ชี้เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณแข็งแกร่งเกินคาด แม้จะต้องเผชิญกับการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์ก็ตาม รายงานฉบับล่าสุดระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของโลกในปี 2026 คาดว่าจะขยายตัว 2.6% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ 2.4% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รับการปรับเพิ่มคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะเติบโต 2.2% จากเดิมที่ประเมินไว้เพียง 1.6% อย่างไรก็ดี คาดการณ์ใหม่สำหรับปี 2026 สะท้อนการชะลอตัวเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าคาดในปี 2025 โดยธนาคารโลกระบุว่า การเร่งนำเข้าและค้าขายของบริษัทและครัวเรือนทั่วโลก เพื่อเตรียมรับมือกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกอบกับผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่รุนแรงน้อยกว่าที่กังวลไว้ และการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ล้วนช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีที่ผ่านมา ซึ่งประเมินว่าอยู่ที่ราว 2.7% 
อายฮาน โคเซ (Ayhan Kose) รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด แม้จะมีความยืดหยุ่น แต่ยังไม่เห็นสัญญาณเร่งตัว โดยตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา GDP ที่แท้จริง เติบโตอยู่ในช่วง 2.6-2.8% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3.2% ในช่วงทศวรรษก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งการปรับประมาณการครั้งนี้ ทำให้ธนาคารโลกเดินตามกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2025 ก่อนหน้านี้ โดย IMF ได้ปรับเพิ่มประมาณการในเดือน ต.ค. พร้อมเตือนถึงแรงกดดันที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า และมีกำหนดเผยแพร่ประมาณการล่าสุดในวันจันทร์นี้ ธนาคารโลกระบุในรายงานว่า ความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลก ถือว่าโดดเด่น แต่ความเสี่ยงยังคงเอนเอียงไปในด้านลบ โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ความตึงเครียดทางการค้าอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการขึ้นภาษีนำเข้าในระดับสูง อาจทำให้การส่งออกเบนทิศทางไปยังประเทศที่ 3 และส่งผลให้ผู้ผลิตภายในประเทศเหล่านั้น เรียกร้องมาตรการปกป้องจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า พร้อมกันนี้ ตามรายงานยังระบุว่า เศรษฐกิจจีน คาดว่าจะขยายตัว 4.9% ในปี 2025 และ 4.4% ในปี 2026 ซึ่งทั้ง 2 ปีได้รับการปรับเพิ่มจากประมาณการเดิม ขณะที่เงินเฟ้อโลกในปี 2026 มีแนวโน้มลดลงเหลือ 2.6% ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ คาดว่าจะปรับลดลงสู่ระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2026 จากค่าเฉลี่ย 69 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ทั้งนี้ ธนาคารโลกยังเน้นย้ำว่า การสร้างงานยังคงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากในช่วงทศวรรษข้างหน้า จะมีประชากรวัยหนุ่มสาวราว 1,200 ล้านคนในประเทศตลาดเกิดใหม่ก้าวเข้าสู่วัยแรงงาน ซึ่งจะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ที่มา Bloomberg 
|