| SENA “กัดฟันสู้” เดินหน้าเปิดคอนโดใหม่ 7 โครงการ แม้ตลาดอสังหาฯ ยังหนัก ชูธุรกิจ Solar-EV เครื่องยนต์ใหม่ หลังสร้างรายได้แตะ 20% ของรายได้รวม ตุน Backlog กว่า 1 หมื่นลบ.หนุนครึ่งปีหลังฟื้น ยอมรับลูกค้าหลายรายเปลี่ยนใจไม่โอน ด้าน LTV ช่วยได้แค่ประคองตลาดไม่ให้แย่ลงกว่าเดิม มุ่งสู่ Green Lifestyle Platform เชื่อมบ้าน-พลังงาน-รถ EV ครบวงจร ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า ในไตรมาส 1/69 ธุรกิจใหม่โซลาร์-ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มีสัดส่วนรายได้ราว 20% ของรายได้รวม หลังตลาดที่อยู่อาศัยยังเผชิญแรงกดดัน ทำให้บริษัทพยายามรักษาสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ให้อยู่ในระดับดังกล่าวต่อเนื่องตลอดปีนี้ ขณะที่รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีความมั่นใจ จากปัจจุบันมี Backlog ราว 1 หมื่นล้านบาท รองรับการทยอยโอนในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ และต่อเนื่องไปถึงปีหน้า โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 8,000 ล้านบาท ส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นตัวดีกว่าครึ่งปีแรก หลังภาครัฐทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายด้าน แผนดำเนินงานปีนี้ เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 7 โครงการ ยังเดินหน้าพัฒนาตามแผนเดิม แม้ภาวะตลาดยังชะลอตัว โดยมองว่าหากหยุดโครงการกลางคันจะส่งผลกระทบต่อพนักงาน รวมถึงซัพพลายเชนที่มีการเจรจาไว้แล้ว บริษัทจึงตัดสินใจ กัดฟันสู้ เดินหน้าก่อสร้างโครงการที่เริ่มไปแล้วให้แล้วเสร็จ เพราะมองว่าเมื่อสร้างเสร็จจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถทยอยระบายขายได้ แม้อาจต้องปรับลดราคาบางส่วนก็ตาม ส่วนยอดโอนในไตรมาส 1/69 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด เป็นผลจากลูกค้าหลายรายเปลี่ยนใจและไม่เดินหน้าซื้อต่อ แม้จะมีการจองไว้ก่อนหน้าแล้ว โดยสัดส่วนลูกค้าที่ยกเลิกการซื้อในปีนี้อยู่ในระดับมากกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV มองว่ายังไม่สามารถกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัวได้ชัดเจน แต่ช่วยประคองไม่ให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่าเดิม พร้อมย้ำว่า ผู้ประกอบการที่จะสามารถผ่านพ้นวิกฤติรอบนี้ได้ คือคนที่ปรับตัวได้ไวที่สุด เดินหน้าสู่ Green Lifestyle Platform เชื่อมบ้าน-พลังงาน-รถ EV ครบวงจร SENA กำลังผลักดันองค์กรสู่การเป็น “Sustainable Living Leader” มุ่งช่วยลูกค้าบริหารต้นทุนชีวิต ทั้งค่าไฟ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ผ่านแนวคิด Green Living มองธุรกิจอสังหาฯ ในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันแค่ราคาและทำเล แต่รวมถึงความสามารถในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้อยู่อาศัย จึงนำธุรกิจในเครือทั้ง SENA Development, SENA Solar Energy และ SENA Green Automotive มาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการอยู่อาศัยครบวงจร บริษัทเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ติดตั้ง Solar Rooftop ในโครงการบ้านอย่างจริงจัง โดยรวมต้นทุนระบบโซลาร์ไว้ในราคาบ้าน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ปัจจุบัน SENA Solar Energy มีประสบการณ์กว่า 15 ปี และติดตั้งแล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน ไตรมาส 1/69 ธุรกิจ Solar มีรายได้ 10 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่าธุรกิจพลังงานจะกลายเป็นหนึ่งใน New Growth Engine สำคัญในอนาคต ท่ามกลางกระแสความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า SENA รุกตลาดผ่าน SENA Green Auto ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 2 ปี ในฐานะ EV Platform แบบ Multi-brand และตัวแทนจำหน่ายรถ EV ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ DEEPAL, OMODA & JAECOO และ LEAPMOTOR พร้อมศูนย์บริการครบวงจรบนถนนอ่อนนุช-สุขุมวิท 75 จุดเด่นของโมเดลธุรกิจ คือการเชื่อมรถ EV เข้ากับระบบพลังงานในบ้าน ลูกค้าสามารถติดตั้ง Solar ควบคู่กับการซื้อรถ EV และใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถได้เอง ช่วยลดต้นทุนพลังงานระยะยาว พร้อมมีบริการสินเชื่อ “เงินสดใจดี” รองรับด้านการเงิน ไตรมาส 1/69 ธุรกิจรถยนต์มีรายได้ 153 ล้านบาท และบริษัทตั้งเป้ายอดขายรถ EV ปีนี้ไว้ที่ 1,000 คัน พร้อมเตรียมขยายพอร์ตแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมมากขึ้น ทุกธุรกิจในเครือถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน เพื่อก้าวจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็น “Green Lifestyle Platform” ที่ดูแลลูกค้าครบทั้งบ้าน พลังงาน การเดินทาง และคุณภาพชีวิตในระยะยาว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |