ธปท.เกาะติดศึกตะวันออกกลาง ชี้กระทบจีดีพีไทย 0.1-0.2% มั่นใจกันชนแข็งแกร่ง

รูป ธปท.เกาะติดศึกตะวันออกกลาง ชี้กระทบจีดีพีไทย 0.1-0.2% มั่นใจกันชนแข็งแกร่ง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 69 16:41 น.

 

ธปท.พร้อมติดตามสงครามตะวันออกกลาง มองเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง กระทบจีดีพีเพียง 0.1-0.2% พร้อมออกมาตรการเพิ่มเติมหากสถานการณ์บานปลาย

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเป็นรายชั่วโมงและรายวัน

 

 

***ผลกระทบต่อจีดีพีและเงินเฟ้อ

 

-จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net Importer) จะได้รับผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) บ้าง แต่อยู่ในระดับที่ไม่มากนัก

 

-สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยปัจจุบันยังเข้มแข็ง โดยต้องประเมินต่อว่าจะบานปลายแค่ไหน ซึ่งคาดว่าอาจทำให้ GDP ลดลงบ้างประมาณ 0.1 - 0.2% ณ สถานการณ์ปัจจุบัน

 

-ส่วนที่กระทบมาก คือ อัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาน้ำมันมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 13% รวมถึงอาจมีผลกระทบทางอ้อมอื่นๆ ตามมา

 

“ด้วยความที่เงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับต่ำปีนี้ ประเมินว่าอยู่ที่ 0.2-0.3% แม้เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นมา แต่ยังอยู่ในความสามารถที่ดูแลได้”นายวิทัย กล่าว

 

-ภาพรวมไทยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคดีมาก และมีเงินกู้ที่มาจากต่างประเทศ และมีความเสี่ยงที่จะดึงกลับไปไม่มากนัก เมื่อเทียบกับสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และมี กันชน(Cushion/Buffer) ที่ดีในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนและการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดยไม่มีความกังวลในเรื่องนี้

 

-ขณะที่น้ำมันสำรอง ต้องฟัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยแม้จะมีสำรองใช้ได้ 60 วัน แต่ในทางปฏิบัติสามารถหาน้ำมันจากแหล่งอื่นหรือใช้พลังงานทดแทนเข้ามาเสริมได้ จึงขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

 

“ตลาดวันนี้อาจจะมีความผันผวนมาก ก็เป็นปกติ เราผ่านตลาดผันผวนมาในชีวิตหลายรอบมาก อีก 2-3 วันก็กลับมาเป็นปกติ และก็เข้ามาดูประเมินอีกว่าผลกระทบต่อราคาน้ำมัน จากการปิดช่องแคบจะยาวนานแค่ไหน แต่มองตอนนี้ยังอยู่ในจุดที่ควบคุมได้”นายวิทัย กล่าว

 

***ด้านนโยบายการเงิน

 

-วันนี้ต้องดูผลกระทบว่าระยะยาวหรือไม่ กว้างหรือไม่ แต่ปัจจุบัน เชื่อว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมโครงการอยู่

 

-ด้านการเงิน มีความโชคดีที่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้บ้างแล้ว

 

***แนวโน้มในอนาคตและการเตรียมพร้อม

 

-สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน จำเป็นต้องประชุม กนง.นัดพิเศษหรือไม่ หากมีความรุนแรง หรือต้องมีการออกมาตรการอะไร ธปท.พร้อมเข้าไปดูแลและออกมาตรการ แต่วันนี้ยังอยู่ในจุดที่ต้องติดตามสถานการณ์

 

-นอกจากนี้ ธปท. ได้มีการหารือกับธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ดูแลลูกค้าที่ทำธุรกรรมกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ซึ่งแต่ละธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือรองรับอยู่แล้ว


 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย