ญี่ปุ่น เดินหน้าเร่งแผนที่วางมายาวนานกว่า 10 ปี ในการสกัดแร่หายากจากก้นทะเลลึก โดยความพยายามดังกล่าว ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากนโยบายลดการพึ่งพาอุปทานจากจีน เรือของรัฐบาลญี่ปุ่น มีกำหนดกลับถึงท่าในเดือนนี้ หลังเสร็จสิ้นการติดตั้งอุปกรณ์ใต้ผิวน้ำในน่านน้ำของญี่ปุ่น ใกล้แนวปะการังรอบเกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวราว 2,000 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายคือการดูดโคลนที่มีโลหะจากก้นทะเลขึ้นมาทดสอบ ซึ่งอาจเริ่มได้เร็วสุดในเดือนก.พ. 2027 โชอิจิ อิชิอิ ผู้อำนวยการโครงการของ National Platform for Innovative Ocean Developments ระบุว่า นี่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก ไม่ว่าจะมีต้นทุนสูงเพียงใด ภาคอุตสาหกรรมก็ยังต้องพึ่งพาแร่เหล่านี้ โดยแร่หายาก ซึ่งเป็นกลุ่มแร่โลหะที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตสมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องบินขับไล่ กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง โดยจีนใช้ความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทานโลกเป็นแต้มต่อสำคัญในการเจรจาในสงครามการค้ากับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว โดยล่าสุด จีนยังสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่มีปลายทางเพื่อใช้ในทางทหารไปยังญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศ ประเด็นดังกล่าว เป็นความท้าทายสำหรับญี่ปุ่น แม้จะทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อหาทางเลือกด้านอุปทาน ตั้งแต่การลงทุนในโรงงานแยกแร่ในฝรั่งเศส ไปจนถึงการสนับสนุนทางการเงินระยะยาวแก่ Lynas Rare Earths ผู้ทำเหมืองในออสเตรเลีย แต่ญี่ปุ่นยังคงนำเข้าแร่หายากราว 70% จากจีน อย่างไรก็ตาม การทำเหมืองใต้ทะเลลึก ยังไม่ใช่คำตอบในระยะเวลาอันใกล้ แม้ผลการทดสอบจะชี้ถึงแหล่งทรัพยากรที่มีศักยภาพ แต่ต้นทุนและโลจิสติกส์ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ การทำเหมืองโลหะเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่จากก้นทะเลยังไม่เคยประสบความสำเร็จ แม้จะมีการสำรวจอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานาน 
ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ซึ่งยังไม่ได้ให้สัตยาบันสนธิสัญญาสหประชาชาติที่กำกับดูแลการทำเหมืองใต้ทะเลลึกในน่านน้ำสากล ได้เร่งกระบวนการอนุมัติ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อปีที่แล้ว เพื่อผลักดันการใช้ทรัพยากรแร่สำคัญนอกชายฝั่งของสหรัฐฯ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างความกังวลในระดับโลก ขณะที่องค์การก้นทะเลสากล กำลังจัดทำกฎระเบียบด้านมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของตนเอง สำหรับโครงการของญี่ปุ่นนั้น ตั้งอยู่ภายในน่านน้ำอธิปไตยของประเทศ ใกล้เกาะมินามิโทริ ซึ่งเป็นจุดตะวันออกสุดของญี่ปุ่น โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีระบุว่า จะมีการนำโคลนจากก้นทะเลขึ้นสู่ผิวน้ำราว 350 ตันต่อวัน จากความลึกประมาณ 5-6 กิโลเมตร โดยโคลนดังกล่าวจะถูกนำมาทดสอบเพื่อดูว่ามีแร่หายากชนิดใดบ้างและในปริมาณเท่าใด ซึ่งขั้นตอนถัดไป จะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบเหล่านี้ ทั้งนี้ เรือเจาะสำรวจใต้ทะเลลึก สามารถเก็บตัวอย่างโคลนที่มีแร่หายากได้สำเร็จระหว่างภารกิจติดตั้งอุปกรณ์ โดยมาซานาโอะ โอซากิ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่า การทดสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยืนยันเป็นครั้งแรกว่า การยกโคลนแร่หายากจากทะเลขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั้น สามารถทำได้หรือไม่ ที่มา Bloomberg 
|