ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 590 จุด หวั่นงบลงทุน AI บิ๊กเทคฯ พุ่งไม่หยุด

รูป ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 590 จุด หวั่นงบลงทุน AI บิ๊กเทคฯ พุ่งไม่หยุด

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ก.พ. 69 5:48: น.

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดดิ่งแรงในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) โดยดัชนีแนสแดคร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2025 จากแรงเทขายหุ้น Microsoft, Amazon และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หลังจาก Alphabet บริษัทแม่ของ Google ระบุว่าอาจเพิ่มงบลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นสองเท่า เพื่อครองความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีใหม่

 

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,908.72 จุด ลดลง 592.58 จุด หรือ -1.20%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,798.40 จุด ลดลง 84.32 จุด หรือ -1.23% และและดัชนีแนสแดค ปิดที่ 22,540.59 จุด ลดลง 363.99 จุด หรือ -1.59%

 

หุ้น Alphabet ลดลง 0.55% หลังบริษัทแม่ของ Google เผยแผนลงทุนปี 2026 มูลค่าสูงถึง 185,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อรวมกับคู่แข่งบิ๊กเทครายอื่น ๆ คาดว่าการใช้จ่ายด้าน AI ของกลุ่มในปีนี้จะมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ หุ้น Microsoft ยังร่วงลง 5%, หุ้น Palantir ร่วง 6.8% และ Oracle ดิ่งลง 7% ซึ่งซ้ำเติมการร่วงลงอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้

 

หุ้น Amazon ปิดตลาดร่วงไป 4.4% และร่วงลงต่อกว่า 10% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทคาดการณ์การลงทุนจำนวนมหาศาลในปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า บริษัทเทคโนโลยียังไม่ชะลอการลงทุนด้าน AI ในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่หุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิป ซึ่งมีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายด้าน AI ปิดลดลง 1.4%

 

 

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้นต่อการใช้จ่ายด้าน AI ที่สูง และรอดูสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นว่าการลงทุนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มรายได้และทำกำไรได้จริงหรือไม่ โดยนักกลยุทธ์การลงทุนจาก U.S. Bank Wealth Management ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่เห็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่าง Microsoft, Alphabet และ Amazon เข้าสู่วงจรการลงทุนขนาดใหญ่เช่นนี้ นำไปสู่ความผันผวนและคำถามตามมาว่า การลงทุนเหล่านี้จะเห็นผลหรือไม่

 

นอกจากนี้ ความกังวลว่า การพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอาจลดความต้องการซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม ซึ่งกดดันอัตรากำไรของทั้งอุตสาหกรรม ส่งผลให้หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการข้อมูลยังคงปรับตัวลดลง โดยหุ้น ServiceNow ร่วงไป 7.6% และ Salesforce ร่วงเกือบ 5% ขณะที่ดัชนีซอฟต์แวร์และบริการของ S&P 500 ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 หลังปิดลดลง 4.6%

 

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นักลงทุนลดการถือครองหุ้น AI ที่มีราคาสูง และโยกเงินลงทุนไปยังหุ้นที่ถูกกว่าเพิ่มมากขึ้น โดยดัชนีความผันผวน CBOE ซึ่งเป็นมาตรวัดความกังวลของวอลล์สตรีท พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนในช่วงสั้น ๆ

 

หุ้น Qualcomm ร่วง 8.5% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้และกำไรไตรมาสสองต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ด้านหุ้น Snap ดิ่งกว่า 13% แม้เผยรายได้ไตรมาสสี่สูงกว่าคาด

 

หุ้น Estee Lauder ร่วง 19% หลังเจ้าของแบรนด์ Clinique คาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ขณะที่บริษัทแฟชั่น Tapestry พุ่งขึ้น 10% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี และหุ้น Hershey พุ่งขึ้น 9% หลังเผยแนวโน้มกำไรทั้งปีดีกว่าตลาดคาด

 

ทั้งนี้ หุ้น 9 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่มวัสดุ ลดลง 2.75% ตามด้วยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ลดลง 2.59% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มคุณค่าใน S&P 500 ลดลง 0.9% แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังคงบวก ขณะที่ดัชนีหุ้นเติบโตลดลงกว่า 4% ในสัปดาห์นี้

 

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค. ขณะที่อัตราการเปิดรับสมัครงานลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปีในเดือนธ.ค. 2025

 

ที่มา Reuters

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju