โอมานเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมกลับมาเจรจา เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในวันพฤหัสบดีนี้ (26 ก.พ.) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน คาดว่าจะพบหารือกับสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมถูกกดดันจากการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกล่าวทางรายการ Face the Nation ของสำนักข่าว CBS ว่า “ยังมีโอกาสในการหาทางออกทางการทูตที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ผมมองว่าข้อตกลงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม” บัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ระบุทางโซเชียลมีเดียว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีกำหนดจัดขึ้นที่นครเจนีวาในวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมแรงผลักดันเชิงบวกเพื่อเดินหน้าอีกขั้นไปสู่การปิดดีล ภายหลังการหารือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คาดว่าอิหร่านจะกลับมาพร้อมข้อเสนอภายในสองสัปดาห์ เพื่อคลี่คลายประเด็นที่ยังเห็นต่างกันอยู่ อารักชีกล่าวว่า อิหร่านกำลังจัดทำข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย และเชื่อว่าการพบกันที่เจนีวาจะช่วยจัดทำร่างข้อตกลงที่เหมาะสมและนำไปสู่ดีลได้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กำหนดเส้นตายอิหร่าน 10–15 วัน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับเป้าหมายของข้อตกลง แต่ล่าสุดดูเหมือนรัฐบาลสหรัฐฯ จะมุ่งไปสู่ข้อตกลงที่มีขอบเขตจำกัดมากขึ้น อย่างไรก็ดี ยังไม่แน่ชัดว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการทางทหารในรูปแบบใดหากการเจรจาล้มเหลว โดยปีที่แล้ว อิสราเอลและสหรัฐฯ เคยโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านอย่างหนัก ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริหารของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) มีกำหนดประชุมที่กรุงเวียนนาในวันที่ 2 มี.ค. โดยคาดว่าจะพิจารณามาตรการประณามอิหร่านรอบใหม่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และอาจส่งเรื่องต่อไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ วิทคอฟฟ์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า เงื่อนไขที่กำหนดให้อิหร่านต้องไม่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นข้อเรียกร้องที่ต่อรองไม่ได้ ซึ่งขัดแย้งกับรายงานของสำนักข่าวอิหร่านที่ระบุว่าสหรัฐฯ ยอมรับเส้นแดงของอิหร่านในประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแล้ว อารักชีกล่าวว่า “การเสริมสมรรถนะเป็นสิทธิของเรา” พร้อมยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าอิหร่านมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยระบุว่าการเจรจาครั้งนี้จะจำกัดอยู่เฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่า อิหร่านได้ตกลงทำสัญญามูลค่า 500 ล้านยูโร เพื่อจัดซื้อขีปนาวุธแบบประทับบ่าจากรัสเซียจำนวนหลายพันลูก ภายในระยะเวลา 3 ปี ที่มา Bloomberg 
|