จีนตอบโต้ปานามา-สั่งชะลอเจรจาโครงการใหม่ หลังโดนยกเลิกสัญญาท่าเรือ

รูป จีนตอบโต้ปานามา-สั่งชะลอเจรจาโครงการใหม่ หลังโดนยกเลิกสัญญาท่าเรือ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ก.พ. 69 15:56 น.

 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงใน ระบุว่า จีนกำลังขอความร่วมมือให้บริษัทรัฐวิสาหกิจระงับการเจรจาโครงการใหม่ในปานามา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้ของปักกิ่ง หลังปานามายกเลิกสัญญาของบริษัท CK Hutchison ในการดำเนินงานท่าเรือสองแห่งในคลองปานามา

 

แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้การลงทุนที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต้องสะดุดลง นอกจากนี้ จีนยังได้ขอให้บริษัทเดินเรือพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรืออื่น หากไม่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

หน่วยงานศุลกากรของจีนยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้าจากปานามา เช่น กล้วยและกาแฟ โดยโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งขั้นสุดท้ายออกมาก็ตาม ด้านคณะกรรมการกำกับและบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) และสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ยังไม่ได้ให้ความเห็นกับบลูมเบิร์ก เช่นเดียวกับ CK Hutchison

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดของปานามามีคำตัดสินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการพยายามจำกัดอิทธิพลของจีนต่อโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในทวีปอเมริกา และได้จุดกระแสวิพากษ์จากปักกิ่งในทันที โดยจีนซึ่งเป็นผู้ใช้คลองปานามารายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า ปานามาจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง จากการยอมจำนนต่อสิ่งที่จีนเรียกว่า “อำนาจครอบงำของสหรัฐฯ”

 

ที่มา Bloomberg

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

อ้างแหล่งข่าววงใน ระบุว่า จีนกำลังขอความร่วมมือให้บริษัทรัฐวิสาหกิจระงับการเจรจาโครงการใหม่ในปานามา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้ของปักกิ่ง หลังปานามายกเลิกสัญญาของบริษัท CK Hutchison ในการดำเนินงานท่าเรือสองแห่งในคลองปานามา แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้การลงทุนที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต้องสะดุดลง นอกจากนี้ จีนยังได้ขอให้บริษัทเดินเรือพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรืออื่น หากไม่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หน่วยงานศุลกากรของจีนยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้าจากปานามา เช่น กล้วยและกาแฟ โดยโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งขั้นสุดท้ายออกมาก็ตาม ด้านคณะกรรมการกำกับและบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) และสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ยังไม่ได้ให้ความเห็นกับบลูมเบิร์ก เช่นเดียวกับ CK Hutchison ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดของปานามามีคำตัดสินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการพยายามจำกัดอิทธิพลของจีนต่อโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในทวีปอเมริกา และได้จุดกระแสวิพากษ์จากปักกิ่งในทันที โดยจีนซึ่งเป็นผู้ใช้คลองปานามารายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า ปานามาจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง จากการยอมจำนนต่อสิ่งที่จีนเรียกว่า “อำนาจครอบงำของสหรัฐฯ” ที่มา Bloomberg รายงาน โดย Supak Hopuengju

อ้างแหล่งข่าววงใน ระบุว่า จีนกำลังขอความร่วมมือให้บริษัทรัฐวิสาหกิจระงับการเจรจาโครงการใหม่ในปานามา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้ของปักกิ่ง หลังปานามายกเลิกสัญญาของบริษัท CK Hutchison ในการดำเนินงานท่าเรือสองแห่งในคลองปานามา แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้การลงทุนที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต้องสะดุดลง นอกจากนี้ จีนยังได้ขอให้บริษัทเดินเรือพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรืออื่น หากไม่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หน่วยงานศุลกากรของจีนยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้าจากปานามา เช่น กล้วยและกาแฟ โดยโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งขั้นสุดท้ายออกมาก็ตาม ด้านคณะกรรมการกำกับและบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) และสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ยังไม่ได้ให้ความเห็นกับบลูมเบิร์ก เช่นเดียวกับ CK Hutchison ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดของปานามามีคำตัดสินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการพยายามจำกัดอิทธิพลของจีนต่อโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในทวีปอเมริกา และได้จุดกระแสวิพากษ์จากปักกิ่งในทันที โดยจีนซึ่งเป็นผู้ใช้คลองปานามารายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า ปานามาจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง จากการยอมจำนนต่อสิ่งที่จีนเรียกว่า “อำนาจครอบงำของสหรัฐฯ” ที่มา Bloomberg รายงาน โดย Supak Hopuengju