สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 12 มี.ค. 69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 14.10 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 14.00 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 13.80 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 13.00 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 12.90 | สรุปปัจจัยบวก+ รายได้จากกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางที่ WMC ในเดือน ม.ค.-ก.พ. 69 เติบโตสูงถึง 80-90% YoY จากกลุ่ม UAE และการกลับมาของกลุ่มกาตาร์ในรอบ 7 ปี (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) + ยืนยันอัตราการเบิกจ่ายประกันสังคม (SSO) กรณีโรคซับซ้อน (RW>2) ที่ 12,000 บาทตลอดปี 2026 ช่วยลดความเสี่ยงด้านงบประมาณ (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) + มีโอกาสปรับเพิ่มอัตราค่าบริการประกันสังคมแบบเหมาจ่ายจาก 1,808 บาท เป็น 2,000 บาท ในช่วงครึ่งหลังปี 2026 (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) + โรงพยาบาล KH เวียงจันทน์ มีแนวโน้มถึงจุดคุ้มทุน (Breakeven) ในระดับกำไรสุทธิได้ในปี 2026 นี้ (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) + ผู้บริหารแย้มแผนจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและเงินปันผลพิเศษในปี 2026 จากกำไรสะสมที่มีอยู่สูง (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) + แผนขยายสาขาในระยะยาว (ระยอง, สุวรรณภูมิ, พัทยา) จะช่วยเพิ่มจำนวนเตียงขึ้นอีก 45-47% ภายในปี 2029 (บล.ทิสโก้, บล.ลิเบอเรเตอร์) + ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายในระดับที่ค่อนข้างต่ำ (PE ต่ำกว่า -1.0SD) สะท้อนว่าราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว (บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ) สรุปปัจจัยลบ- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (สหรัฐฯ-อิหร่าน) หากยืดเยื้ออาจกระทบต่อการเดินทางมารักษาของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์) - รายได้จากสาขา BIH อรัญประเทศ ลดลงเนื่องจากการปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา และคาดว่าสาขาปราจีนบุรียังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - นโยบายประกันสุขภาพเอกชนที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการโรงพยาบาลลดลง (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - แผนการเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ ถูกเลื่อนจากปี 2027 ไปเป็นปี 2028 (บล.ลิเบอเรเตอร์)
|