Key Takeaways จาก Conference Call• XO รายงานยอดขายและกำไรปี 2025 หดตัว -14% และ -36% ตามลำดับ จากอุปสงค์ที่อ่อนตัวในยุโรป (สัดส่วนราว 81% ของยอดขาย) และสหรัฐฯ (ราว 3.5% ของยอดขาย) ยอดขายที่ลดลงยังส่งผลกดดันต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานตลอดปี รวมถึงมีต้นทุนเพิ่มเติมจากกาลังการผลิตใหม่ • บริษัทคาดว่ารายได้ใน 1H26 จะยังอ่อนตัว ใกล้เคียงกับระดับ 2H25 ก่อนจะฟื้นตัวใน 2H26 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวเหนือ 40% • ผลกระทบโดยตรงจากสงครามในตะวันออกกลางปัจจุบันอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากสามารถเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งได้ แม้ระยะเวลาขนส่งอาจยาวขึ้นราว 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังมีสินค้าคงคลังเพียงพอรองรับปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น • มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐมีผลกระทบไม่มาก เนื่องจากสัดส่วนยอดขายในสหรัฐต่ำ ขณะเดียวกัน สินค้าของบริษัทเพิ่งได้รับการวางจำหน่ายใน Costco (ส่วนใหญ่อยู่บริเวณฝั่ง West Coast) ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนยอดขายในสหรัฐฯ ในระยะกลาง • ปัจจุบันบริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นหรือลดราคาขาย และยังคงวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มพรีเมียม ผู้บริหารระบุว่าในช่วง 8–9 ปีที่ผ่านมา บริษัทปรับขึ้นราคาขายเพียงไม่กี่ครั้ง และทำเฉพาะเมื่อจาเป็นเพื่อชดเชยต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น • ประมาณ 68% ของยอดขายทำรายการเป็นเงินบาท ขณะที่ราว 27% และ 5% อยู่ในสกุลดอลลาร์สหรัฐและยูโร ตามลำดับ ส่งผลให้เงินบาทที่แข็งค่ากระทบเชิงลบบางส่วน • ในตลาดหลักอย่างเยอรมนี บริษัทเชื่อว่า XO ยังสามารถเติบโตได้อีก ผ่านการขยายเครือข่ายจัดจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมประมาณ 50% ของช่องทางจำหน่าย • ตลาดใหม่ที่บริษัทมีแผนรุก ได้แก่ ยุโรปตะวันออก จีน และตะวันออกกลาง • XO ยังเปิดกว้างต่อโอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตสินค้าซอส ซึ่งคิดเป็น 88% ของยอดขาย • บริษัทจะเริ่มก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ที่นิคมฯโรจนะใน 2H26 (ใช้งบลงทุนราว 1.3 พันล้านบาท) คาดแล้วเสร็จใน 2H27 และเริ่มดำเนินงานในปี 2028 เมื่อโรงงานใหม่เปิดดำเนินการแล้ว การผลิตจากโรงงานแห่งแรกจะย้ายมายังโรงงานใหม่ ส่งผลให้กำลังการผลิตต่อปีเพิ่มขึ้นจาก 34,572 ตัน เป็น 43,905 ตัน นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : นันทิกา เวียงเพิ่ม : nantikawiang@dbs.com |