TQM โชว์รายได้ Q1/69 เพิ่ม 4% ตั้งเป้าโตเฉลี่ย 5-7% ภายในปี 71 - เร่งทรานส์ฟอร์มด้วย Ai

รูป TQM โชว์รายได้ Q1/69 เพิ่ม 4% ตั้งเป้าโตเฉลี่ย 5-7% ภายในปี 71 - เร่งทรานส์ฟอร์มด้วย Ai

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 12:14 น.

TQM เดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่องไตรมาส 1/69 ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อวดรายได้รวม 1,017.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และ มีกำไรสุทธิ 204.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่แข็งแกร่งระดับ 20.0% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจ และ ความสามารถในการรักษาคุณภาพการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยว่า การเติบโตในไตรมาสนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ควบคู่กับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ประกัน Non-motor เช่น ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันเดินทาง และ ประกันอัคคีภัย โดยยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และ การวางแผนด้านความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น

ด้านแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2569 TQM ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการรักษาฐานลูกค้าเดิม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันที่หลากหลาย และ การยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของธุรกิจประกันภัยในระยะยาว

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจยังมีความท้าทายจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความสามารถในการทำกำไร สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์ "Jump+" เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจประกันภัย ธุรกิจการเงิน และ ธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินงานและขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคต พร้อมตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ย 5-7% ภายในปี 2571 ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลประจำปีจากผลประกอบการปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท ตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 และ เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายไปก่อนหน้านี้ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ส่งผลให้บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลรวมสำหรับผลประกอบการปี 2568 ทั้งสิ้น 1.10 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เสริมความแข็งแกร่งด้านการกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยง โดยแต่งตั้ง นายวรภัทร ชวนะนิกุล เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ เพื่อร่วมวางรากฐานด้านการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รองรับการขยายตัวของกลุ่มบริษัทในอนาคต


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย