บริษัทจดทะเบียนจีนหลายแห่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง กำลังเร่งซื้อหุ้นคืน เพื่อพยุงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ท่ามกลางราคาหุ้นที่เริ่มอ่อนแรงลง หนึ่งในนั้นคือ Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน ที่เดินหน้าเข้าซื้อหุ้นคืนแทบทุกวันทำการในปีนี้ รายงานระบุว่า Xiaomi ใช้เงินมากกว่า 3,200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ไปกับการซื้อหุ้นคืนเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งถือเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ Tencent Holdings Ltd. และ Kuaishou Technology ร่วมวงซื้อหุ้นคืนเช่นกัน แนวโน้มการซื้อหุ้นคืนยังขยายไปนอกภาคเทคโนโลยี สู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ราคาหุ้นถูกกดดัน โดย Pop Mart ผู้ผลิตของเล่นชื่อดัง ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากสัญญาณความต้องการตุ๊กตา Labubu ที่อ่อนตัว ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2024 ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างมากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่ Geely Automobile Holdings Ltd. ก็มีความเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกัน กระแสการซื้อหุ้นคืนรอบล่าสุด เกิดขึ้นหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ของบริษัทปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ ทั้งในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ซึ่งสร้างความกังวลว่า กระแสเงินทุนอาจไหลออกจากตลาดรอง นอกจากนี้ยังสะท้อนความพยายามของหน่วยงานกำกับดูแลในการยกระดับมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการได้สนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผล 
Shen Meng ผู้อำนวยการจากธนาคารเพื่อการลงทุน Chanson & Co. ในกรุงปักกิ่ง ระบุว่า การทำ IPO ในตลาดฮ่องกงช่วงหลัง ได้ดึงสภาพคล่องจำนวนมากออกจากตลาด ซึ่งสร้างความท้าทายให้หุ้นขนาดใหญ่ในการรักษาเงินทุนไว้ พร้อมเสริมว่า การปรับฐานของราคาหุ้นในระยะหลังถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับบริษัทต่าง ๆ ในการซื้อหุ้นคืนเพื่อเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน ราคาหุ้น Xiaomi ปรับตัวลดลงราว 40% จากจุดสูงสุดในเดือนก.ย. ขณะที่ Tencent ลดลง 11% จากระดับสูงสุดในเดือนต.ค. ส่วนดัชนีหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกง เผชิญการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีนโดยรวมเริ่มชะลอลง ด้าน Tencent ใช้เงินราว 13,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ในการซื้อหุ้นคืนเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว และยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นคืนเกือบทุกวันในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่ Kuaishou ก็ขยายโครงการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง หลังใช้เงินราว 812 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงในเดือนธ.ค. ที่มา Bloomberg 
|