ผลสำรวจเทรดเดอร์โดย JPMorgan Chase & Co. ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจทั่วโลกและการพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ตลาดการเงินผันผวนมากขึ้นในช่วงปีนี้ การสำรวจดังกล่าวมีนักลงทุนสถาบันและนักเทรดมืออาชีพ 955 รายทั่วโลกเข้าร่วม โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มองว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินมากที่สุดในปีนี้ อยู่ที่ 41% เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2025 ขณะที่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างความก้าวหน้าของ AI อยู่ในอันดับสองที่ 19% และนโยบายอัตราดอกเบี้ย อยู่ในอันดับสามที่ 13% Chi Nzelu หัวหน้าฝ่ายการซื้อขายเชิงปริมาณและงานวิจัยของ JPMorgan กล่าวว่า นักลงทุนให้น้ำหนักกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นและยังไม่จบลง ซึ่งสะท้อนว่าตลาดไม่ได้คาดหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน ความกังวลนี้เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ความผันผวนจะยืดเยื้อ ลูกค้าส่วนใหญ่กังวลถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นในการปิดหรือปรับลดสถานะการลงทุน ทั้งนี้ ผลสำรวจยังคาดว่า Generative AI จะเป็นเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อการซื้อขายมากที่สุดในช่วงสามปีข้างหน้า เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ พยายามนำซอฟต์แวร์ AI รุ่นล่าสุดมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด นอกเหนือจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ก่อนแล้ว เช่น สงครามในยูเครน, ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาส และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน นักลงทุนต้องเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิดในปีนี้ เช่น การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร รวมถึงความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ 
นักลงทุนในหลายประเภทสินทรัพย์ต้องปรับกลยุทธ์การลงทุน อาทิ กองทุนตลาดเกิดใหม่ย้ายเงินไปสู่ประเทศในลาตินอเมริกาที่มีความใกล้ชิดกับทรัมป์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังสหรัฐฯ ขู่เก็บภาษีประเทศในยุโรปสืบเนื่องจากประเด็นกรีนแลนด์ สินทรัพย์ที่เผชิญความผันผวนมากที่สุดในปีนี้คือโลหะมีค่า โดยราคาดิ่งลงอย่างรวดเร็วเมื่อช่วงปลายเดือนม.ค. หลังจากพุ่งทำสถิติสูงสุดจากแรงเก็งกำไร ราคาโลหะเงินร่วงแรงเป็นประวัติการณ์ในวันเดียว และราคาทองคำดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ในด้านเทคโนโลยี คาดว่าปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ หรือ Generative AI จะเป็นเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อการซื้อขายมากที่สุดในช่วงสามปีข้างหน้า เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ต้องการนำซอฟต์แวร์ AI รุ่นล่าสุดมาใช้สร้างความได้เปรียบในการลงทุน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา การเปิดตัวโมเดล AI ของ Anthropic ส่งผลให้หุ้นบริษัทบริการด้านการเงินหลายแห่งร่วงลง เอ็ดดี เหวิน หัวหน้าฝ่ายตลาดดิจิทัลระดับโลกของ JPMorgan กล่าวว่า ความก้าวหน้าของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทำให้เนื้อหาที่มนุษย์เขียน เช่น บทวิเคราะห์การลงทุนหรือความเห็นด้านการซื้อขายหลักทรัพย์สามารถแปลงเป็นข้อมูลที่ระบบอ่านได้และนำเข้าสู่ระบบซื้อขายโดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกัน สินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคน (Tokenized assets) ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในตลาดดิจิทัล โดยได้รับเลือกจากผู้ตอบแบบสอบถามฝั่ง Sell side 48% และฝั่ง Buy side 33% สูงกว่าคริปโทเคอร์เรนซี สเตเบิลคอยน์ และโทเคนเงินฝาก ที่มา Bloomberg 
|