BTG กางแผนปี 69 ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3 - 7% คาด GPM ขยับสู่ระดับ 15 - 17% พร้อมวางงบลงทุนรวม 5,300 ลบ. ขยายกำลังการผลิต ลุย M&A ต่างประเทศ เร่งปรับพอร์ตสินค้ามาร์จิ้นสูง มองผลกระทบสงครามตะวันออกกลางจำกัด หลังสัดส่วนส่งออกต่ำ 0.5%
นายปราบริปู พัฒนภูมิไท เจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์อาวุโส และนางสาวอนันตญา พวงสอน เจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์อาวุโส บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3 - 7% ด้านอัตรากำไรขั้นต้น(GPM) คาดโต 15 - 17% วางเป้าหมายค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (SG&A) ปีนี้อยู่ที่ 9.5 - 10.5%
- วางงบลงทุนรวมปีนี้ 5,300 ล้านบาท แบ่งเป็นการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจต่างประเทศอยู่ที่ 600 ล้านบาท มุ่งเน้นขยายในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ ส่วนธุรกิจมุ่งเน้นธุรกิจกลางน้ำ และงบอีก 4,700 ล้านบาท ใช้ขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงโรงงาน
- โดยเป้าหมายทั้งหมดนี้ทำผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่
1.ขยายการเติบโตไปต่างประเทศ โดยจะส่งออกเพิ่มมากขึ้นทั้งกลุ่มประเทศ CLM ซึ่งที่ผ่านมาเติบโตดี รวมถึงยังมุ่งหา M&A และ JV ในกลุ่มประเทศใหม่ๆ ซึ่งปีนี้คาดยอดขายจากกลุ่มตลาดต่างประเทศจะเติบโต 22 - 26% ส่วนอัตราการเติบโตเฉลี่ยแบบทบต้นต่อปี (CAGR) อยู่ในช่วง 15 - 18%
2.ปรับสัดส่วนสินค้า การจำหน่ายในช่องทางใหม่เพื่อเพิ่มกำไรมากขึ้น โดยกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High-margin) เพิ่มเป็น 65% ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากปีก่อนที่ 57% ด้านช่องทางการจำหน่ายที่มีกำไรสูงในอีก 3 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 52% จากสิ้นปีก่อนที่ 48%
3.ควบคุมค่าใช้จ่ายผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยเริ่มจากประบวนการจัดซื้อสินค้าไปถึงการจัดส่งสินค้า ซึ่งคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าการควบคุมต้นทุนจะเพิ่มมากขึ้นอีก 2- 5% ทั้งนี้ปีก่อนสามารถลดต้นทุนได้ 1,435 ล้านบาท

- สำหรับกรณีที่ทางการอนุญาตให้ส่งออกเนื้อสุกรไปมาเลเซีย ซึ่งมี 3 รายใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นมี BTG คาดว่าจะเริ่มส่งออกช่วงมี.ค.นี้
- มองราคาสุกรและไก่มีทิศทางปรับตัวเพิ่มมากขึ้น จากความต้องการที่มีต่อเนื่อง โดยเนื้อหมูคาดยอดขายปีนี้เติบโต 7 - 9% เนื่องจากการส่งออกและผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่เพิ่มมากขึ้น ด้านเนื้อไก่คาดปีนี้ยอดขายเติบโต 6 - 8% จากการส่งออกที่มีทิศทางดีทั้งตลาดสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรที่เพิ่มมากขึ้น
- ด้านธุรกิจอาหารสุกรปีนี้คาดว่าจะเติบโตดี จากกลยุทธ์บริษัทฯที่รุกสินค้ามาร์จิ้นสูง ส่วนธุรกิจอาการสัตว์เลี้ยงคาดหวังปีนี้เติบโตเช่นกันจากการมุ่นเน้นสินค้าพรีเมี่ยม
- สำหรับกรณีสงครามจะวันออกกลาง มองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากการเดินเรือไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนการส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียง 0.5% ของยอดขายส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นยังส่งออกได้ตามปกติ เช่น ไข่ ส่งออกไปบาห์เรน
"ไตรมาส 1/69 ราคาปศุสัตว์ปรับลดลงมาเมื่อเทียบปลายปีก่อน แต่กลยุทธ์ที่เรามีคาดรายได้ไตรมาส 1/69 ยังใกล้เคียงกับไตรมาส 4/68 นอกจากนี้ราคาปศุสัตว์ช่วงปลายก.พ.ที่ผ่านมาเริ่มปรับขึ้นมาแล้ว จึงคาดว่าทิศทางไตรมาส 2/69 จะดีขึ้นต่อเนื่องได้ " นายปราบริปูกล่าว

|