ส่องกล้อง KCE : กําไร Q4/68 หนักกว่าคาด โบรกฯให้เป้าหมายต่ำสุด 15.30 บ.

รูป ส่องกล้อง KCE : กําไร Q4/68 หนักกว่าคาด โบรกฯให้เป้าหมายต่ำสุด 15.30 บ.

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ก.พ. 69 15:19 น.

 


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 11 ก.พ. 69

 

ชื่อโบรกเกอร์

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.ฟิลลิป

ซื้อ

23.10

บล.ทิสโก้

ถือ

19.90

บล.หยวนต้า

TRADING

18.70

บล.เอเซีย พลัส

Sell

17.20

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล

ขาย

15.50

บล.เคจีไอ

ขาย

15.30

บล.บัวหลวง

Wait-and-see

-

 


สรุปปัจจัยบวก- คำสั่งซื้อ HDI แข็งแกร่ง : บริษัทยังมีคำสั่งซื้อ HDI ที่รอการผลิต (Backlog) มูลค่า 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป)


- กลยุทธ์การปรับส่วนผสมสินค้า : การมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่ม HDI และกลุ่มนอกยานยนต์ (Non-Auto) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป)


- โครงการลดต้นทุน : มีความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและโครงการลดต้นทุนที่อาจช่วยชดเชยปัจจัยลบด้านมาร์จิ้นได้บางส่วน (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง)


- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล : คาดการณ์เงินปันผลในระดับที่ดี (Yield ประมาณ 6.4%) ช่วยพยุงราคาหุ้นในภาวะที่กำไรอ่อนแอ (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป)


- โอกาสฟื้นตัวช่วงกลางปี : คาดว่าผลประกอบการจะเริ่มเห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นในช่วงกลางปี 2569 ตามแผนการเพิ่มเครื่องจักรผลิต HDI (บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส)

 


สรุปปัจจัยลบ- กำไรต่ำกว่าคาดอย่างมาก : ผลประกอบการไตรมาส 4/68 ออกมาแย่กว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์ประเมินไว้ 30-50% เนื่องจากยอดขายและมาร์จิ้นอ่อนตัว (ทุกโบรกเกอร์)


- แรงกดดันจากต้นทุนทองแดง : ราคาทองแดงในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) (บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า, บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)


- ค่าเงินบาทแข็งค่า : การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อรายได้ในรูปเงินบาทและกดดันความสามารถในการทำกำไร (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)


- อุตสาหกรรมยานยนต์ซบเซา : อุปสงค์จากกลุ่มยานยนต์โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกายังคงอ่อนแอ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (u-rate) ลดลงเหลือเพียง 60-65% (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.เอเซีย พลัส)


- อุปสรรคจากการใช้เครื่องจักรใหม่ : กระบวนการเรียนรู้และควบคุมการผลิตของเครื่องจักร HDI ใหม่ยังทำได้ช้ากว่าแผน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเร่งกำลังการผลิต (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป)


- การลดราคาขายประจำปี : แนวโน้มไตรมาส 1/69 ยังเผชิญความท้าทายจากการปรับลดราคาสินค้าตามวงรอบปกติให้กับลูกค้า (บล.หยวนต้า, บล.เคจีไอ)

 

- ค่าใช้จ่าย SG&A สูงขึ้น : โครงสร้างค่าใช้จ่ายเปลี่ยนไปจากการเข้าซื้อสำนักงานขายในต่างประเทศ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น (บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ประน้อม บาร์เคอร์

ประน้อม บาร์เคอร์