ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบในวันพุธ (17 ธ.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 228.29 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และแนสแดค ปรับตัวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 47,885.97 จุด ลดลง 228.29 จุด หรือ 0.47% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,721.43 จุด ลดลง 78.83 จุด หรือ 1.16% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 22,693.32 จุด ลดลง 418.14 จุด หรือ 1.81% หุ้น Oracle ร่วงลง 5.4% หลังมีรายงานว่า Blue Owl Capital พันธมิตรศูนย์ข้อมูลรายใหญ่ที่สุดของบริษัท จะถอนตัวออกจากดีลมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Oracle ขณะเดียวกัน หุ้น Amazon.com ลดลง 0.6% หลังบริษัทเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าลงทุนราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน OpenAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ChatGPT ความวิตกกังวลว่า บริษัทเทคโนโลยีกำลังก่อหนี้เพิ่มขึ้นเพื่อพัฒนาโครงการ AI ได้บั่นทอนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนในช่วงหลัง ซึ่งรอสส์ เมย์ฟิลด์ นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Baird Private Wealth Management กล่าวว่า “มีความกังวลที่ค่อย ๆ ก่อตัวเกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI โดยปัจจัยหลักคือ ปริมาณการใช้จ่ายเงินลงทุนและลักษณะการใช้จ่ายที่วนกลับไปมา ซึ่งมี OpenAI เป็นศูนย์กลาง คำถามสำคัญเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 คือ ความยั่งยืนและผลตอบแทนจากการลงทุนของการใช้จ่ายทั้งหมดนี้” ด้านหุ้น Nvidia ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของกระแส AI ปรับตัวลดลง 3.8% ขณะที่ Broadcom ร่วง 4.5% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มชิปโดยรวมลดลง 3.9% ส่วนหุ้น Alphabet ลดลง 3.2% หลังรอยเตอร์สรายงานว่า Google ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจหลักของบริษัท กำลังเดินหน้าโครงการใหม่เพื่อชิงความได้เปรียบด้านซอฟต์แวร์จาก Nvidia และทำงานร่วมกับเมตา Meta ในโครงการดังกล่าว 
นอกจากนี้ YouTube ในเครือ Google ยังประกาศว่า การประกาศผลรางวัลออสการ์จะสตรีมแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ชมฟรีทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม และบน YouTube TV เริ่มตั้งแต่ปี 2029 เป็นต้นไป ด้านคณะกรรมการของ Warner Bros. Discovery ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการ มูลค่า 108,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก Paramount Skydance โดยเลือกพิจารณาข้อเสนอจาก Netflix แทน ส่งผลให้หุ้น Netflix เพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่หุ้น Paramount ร่วงลง 5.4% และ Warner Bros ลดลง 2.4% หุ้นกลุ่มพลังงาน ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรทุกลำ ที่เดินทางเข้าและออกจากเวเนซุเอลา โดยหุ้น ConocoPhillips และ Occidental Petroleum ต่างปรับตัวขึ้นมากกว่า 4% ด้านปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนบางส่วน มาจากความเห็นของคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งระบุว่า เฟดยังมีช่องว่างในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัว ซึ่งตลาดมักมองว่า วอลเลอร์มักมีท่าทีสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ส่วนในวันนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย. ที่มา Reuters 
|