ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรียกร้องให้จีนหันมาให้ความสำคัญกับอุปสงค์ภายในประเทศ ในฐานะแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจ ระหว่างการประชุมงานเศรษฐกิจส่วนกลาง (Central Economic Work Conference) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนธ.ค. 2025 เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจประจำปี วารสาร Qiushi ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เผยแพร่สุนทรพจน์ของผู้นำจีน ซึ่งย้ำว่า จีนควรผสานการกระตุ้นการบริโภคและการขยายการลงทุนเข้าด้วยกัน พร้อมใช้ข้อได้เปรียบของขนาดตลาดที่ใหญ่เป็นพิเศษให้เต็มที่ รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเติบโตในอนาคต และรักษาเสถียรภาพการลงทุน แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากทำสถิติเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะเผชิญกับสงครามภาษีของสหรัฐฯ ถ้อยคำของผู้นำจีนยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการผลักดันการบริโภคของประเทศที่มีประชากร 1,400 ล้านคน ขณะที่สินค้าราคาถูกจากจีนเผชิญแรงต้านจากทั่วโลก เนื่องจากผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศของตนเอง ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้า ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนขยายตัว 5% ในปี 2025 โดยภาคการส่งออกซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ช่วยชดเชยการชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนที่ลดลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเติบโตที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักอาจไม่ยั่งยืน ท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น จีนจึงมุ่งยกระดับภาคการบริโภคให้เป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดใหม่ โดยสี จิ้นผิง กล่าวว่า “เราจะยังคงยึดมั่นการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เร่งบ่มเพาะและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะผลักดันการเติบโต” ที่มา Bloomberg 
|