“เอกนิติ” ย้ำ “คนละครึ่งพลัส” มาแน่ เดินหน้า Big Win ปลุกศก.ไทย ชูปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน

รูป “เอกนิติ” ย้ำ “คนละครึ่งพลัส” มาแน่ เดินหน้า Big Win ปลุกศก.ไทย ชูปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ก.พ. 69 15:29 น.

 

“เอกนิติ” ย้ำ “คนละครึ่งพลัส” มาแน่ หลังภูมิใจไทย จ่อเป็นแนนำรัฐบาล พร้อมเดินหน้า Big Win ปลุกเศรษฐกิจไทย ชูให้เป็นปีแห่งการลงทุน ส่วนงบปี 70 คาดล่าช้า 2-3 เดือน

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในวันนี้ต้องการกระตุ้น เพื่อให้เกิดการฟื้นตัว โดยนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ จะเน้นความต่อเนื่อง โดยการกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว เน้นการกระจายตัว และสุดท้ายคือ การลงทุน ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับ ให้ศักยภาพเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ขณะที่นโยบายคนละครึ่งพลัส ยืนยันว่า ดำเนินการอย่างแน่นอน แต่เงื่อนไข วงเงินต่างๆ ขอให้รอหลังจากการตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญ

 

 

“ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา นโยบายเน้น Quick Bin Win ซึ่งวันนี้ อาจไม่จำเป็นต้อง Quick แต่ต้อง Big Win ให้กับเศรษฐกิจไทย นโยบายที่ทำกันมา ก็นำมาต่อยอด เราต้องเน้นกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และเน้นการกระจายตัวให้รายได้ของประเทศดีขึ้น กระจายไปสู่ผู้คนต่างๆ ทั้งในระดับมนุษย์เงินเดือน เอสเอ็มอี ในระดับชุมชน ธุรกิจ ซึ่งจะเห็นความต่อเนื่องของนโยบาย”นายเอกนิติ กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับ และนโยบายที่วางรากฐานเมื่อ 4 เดือนนั้น จะนำมาขยายผลต่อ ซึ่งในปีนี้ จะต้องเน้นในเรื่องของการลงทุน ที่จะช่วยยกระดับ ทั้งการลงทุนในคน ทรัพยากรมนุษย์ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจำเป็นต้องยกระดับประเทศไทย

 

“ตั้งใจว่าให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน ซึ่งจะเป็นการยกระดับประเทศไทย ไม่ให้เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย สร้างความเข้มแข็ง ซึ่งแน่นอนว่าต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งนโยบายที่เตรียมไว้พร้อม และทำอย่างต่อเนื่อง คิดว่า ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย จะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเป็นคนที่แข็งแกร่งได้ในเวทีโลก”นายเอกนิติ กล่าว

 

ทั้งนี้ การลงทุน ที่ดำเนินการผ่านทาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ที่ดำเนินการอยู่ประมาณ 480,000 ล้านบาท ซึ่งจะปลดล็อก BOI FastPass จะช่วยทำให้วงเงินดังกล่าวลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นการปลดล็อกกติกาโดยไม่ต้องใช้เงิน และเชื่อว่า เป็นการโชว์ให้นักลงทุนมั่นใจ นอกจากนี้ ยังต้องยกระดับภาคบริการของไทย เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พรีเมียมมากขึ้น

 

สำหรับคนละครึ่งพลัส จะต้องรอให้มีรัฐบาลเรียบร้อย โดยในช่วงที่ผ่านมา ได้เห็นการดำเนินการ Upskill-Reskill หรือ การเพิ่มทักษะ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำการพัฒนาทักษะให้ขยายวงกว้างมากขึ้น ในช่วงรอการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจน ส่วนงบประมาณที่จะใช้นั้น ขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะดำเนินการได้เมื่อไหร่ ซึ่งหากจัดตั้งได้เร็ว ก็อาจใช้งบกลางปี 2569 แต่หากล่าช้า อาจจะต้องขยับเป็นปี 2570 ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง อย่างไรก็ตาม จะเน้นในเรื่องการเพิ่มทักษะด้วย

 

ส่วนงบประมาณปี 2570 ยอมรับว่า ต้องขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะได้เมื่อไหร่ โดยสิ่งที่ดำเนินการก่อนยุบสภา คือ แต่ละหน่วยงานได้ดำเนินการวางแผนสำหรับงบประมาณปี 2570 แล้ว โดยพยายามจะทำให้เร็วที่สุด เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้หยุดชะงัก ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้าย

 

“การมีรัฐบาลเร็วที่สุด มีงบประมาณเร็วที่สุด เป็นประโยชน์ในการสร้างความต่อเนื่อง โดยคิดว่า จากการคาดการณ์ส่วนตัว หากมีรัฐบาลได้เร็ว ช้าที่สุด คงประมาณ 2-3 เดือน ก็ประมาณ พ.ย.-ธ.ค. นี้ ถ้าเร็วได้กว่านั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งรับรองผลการเลือกตั้ง  การจัดตั้งรัฐบาล ก็อยากให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรค ส่วนจะจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ ตอบยาก”นายเอกนิติ กล่าว

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย