สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ก.พ. 69 8:18: น.

 

*** สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 62.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 3.07 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.7%

 

สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ระดับ 66.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 3.02 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.4%

 

ราคาน้ำมันร่วงลงมากกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันจันทร์ (2 ก.พ.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับสหรัฐฯ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการคลี่คลายความตึงเครียดกับประเทศสมาชิกโอเปก โดยอิหร่านและสหรัฐฯ จะกลับมาเจรจาด้านนิวเคลียร์อีกครั้งในวันศุกร์นี้

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า จะยกเลิกมาตรการภาษีเชิงลงโทษที่บังคับใช้กับอินเดีย เพื่อแลกกับข้อตกลงที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศที่ดำเนินมาหลายเดือน โดยทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียลงเหลือ 18% จากเดิม 25% นอกจากนี้ ยังจะยกเลิกภาษีเชิงลงโทษเพิ่มเติมอีก 25% ที่บังคับใช้เพื่อตอบโต้การที่อินเดียซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดตัวคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์สำหรับแร่ธาตุสำคัญ โดยใช้งบตั้งต้น 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปกป้องภาคการผลิตจากความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะที่สหรัฐฯ เร่งลดการพึ่งพาแร่หายากและโลหะอื่น ๆ จากจีน ซึ่งโครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า Project Vault โดยจะรวมเงินทุนจากภาคเอกชนจำนวน 1,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับเงินกู้อีกก้อน มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งสหรัฐฯ (US Export-Import Bank) เพื่อนำไปจัดหาและจัดเก็บแร่ธาตุสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ บริษัทเทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ

 

*** สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ระบุว่า รายงานการจ้างงานประจำเดือนม.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลเศรษฐกิจที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด จะไม่สามารถเผยแพร่ได้ในวันศุกร์นี้ เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางบางส่วน โดยรองกรรมาธิการของ BLS ระบุว่า “การเผยแพร่รายงานจะถูกเลื่อนออกไป และจะกำหนดวันใหม่อีกครั้งเมื่อรัฐบาลกลับมามีงบประมาณดำเนินงานตามปกติ”

 

รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะปิดหน่วยงานบางส่วนตั้งแต่วันเสาร์ หลังรัฐสภาไม่สามารถอนุมัติข้อตกลงเพื่อจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานจำนวนมาก รวมถึงกระทรวงแรงงานได้ แม้วุฒิสภาจะผ่านร่างกฎหมายงบประมาณเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ตาม

 

*** ญี่ปุ่น กำลังเร่งเดินหน้าแผนที่มีอายุยาวนานกว่า 10 ปี ในการสกัดแร่หายากจากก้นทะเลลึก ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงผลักดันเพิ่มเติมจากความพยายามในการลดการพึ่งพาอุปทานจากจีน โดยเรือของรัฐบาลลำหนึ่ง มีกำหนดกลับเข้าท่าเรือภายในเดือนนี้ หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ทำงานใต้น้ำในน่านน้ำของญี่ปุ่น ใกล้แนวปะการังวงแหวนที่อยู่ห่างจากกรุงโตเกียวราว 2,000 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายคือการดูดโคลนที่มีโลหะเป็นองค์ประกอบจากก้นทะเลขึ้นมาทดสอบได้เร็วที่สุดในช่วงเดือนก.พ. 2027

 

*** รัฐบาลจีน สั่งห้ามใช้มือจับประตูแบบซ่อนในรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้จีนกลายเป็นประเทศแรกของโลก ที่ออกกฎหมายแบนการออกแบบดังกล่าว ซึ่งได้รับความนิยมจาก Tesla แต่ปัจจุบันกำลังถูกเผชิญการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายกรณี โดยตามกฎความปลอดภัยฉบับใหม่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รถยนต์ที่จำหน่ายในจีนจะต้องมีระบบเปิดประตูแบบกลไกทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อให้สามารถเปิดได้ในกรณีฉุกเฉิน

 

กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2027 เป็นต้นไป ส่วนรุ่นรถที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว และอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนวางจำหน่ายในจีน จะได้รับระยะผ่อนผันให้ปรับเปลี่ยนการออกแบบได้จนถึงเดือนม.ค. 2029

 

 

*** ภาคธุรกิจจีน ให้คำมั่นลงทุนในสหราชอาณาจักรมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์ พร้อมประกาศความร่วมมือใหม่กับบริษัทอังกฤษ หลังการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ พร้อมกระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจและกระแสเงินลงทุนระดับทวิภาคีอย่างคึกคัก โดยระหว่างการเยือนจีนเป็นเวลา 4 วันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สตาร์เมอร์ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และบรรลุข้อตกลงที่จะนำไปสู่การลงทุนใหม่จากภาคธุรกิจจีนมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์ นอกเหนือจากการส่งออกมูลค่า 2,200 ล้านปอนด์ และการเปิดตลาดมูลค่า 2,300 ล้านปอนด์

 

แม้จะยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ แต่บริษัทจากหลายอุตสาหกรรมได้ประกาศการลงทุนและความร่วมมือสำคัญเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า อาทิ ป๊อปมาร์ต ผู้ผลิตของเล่นที่อยู่เบื้องหลังตุ๊กตา Labubu, กลุ่มอีคอมเมิร์ซ JD.com และ CATL ยักษ์ใหญ่ด้านแบตเตอรี่

 

*** อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของเกาหลีใต้ ชะลอลงมาอยู่ในระดับสอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารกลาง หลังต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผ่อนคลายลง และผลของฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน ช่วยลดแรงกดดันด้านราคา โดยกระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้น 2% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงจากระดับ 2.3% ในเดือนธ.ค. ตัวเลขดังกล่าวตรงกับที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งบลูมเบิร์กสำรวจไว้คาดการณ์

 

วันหยุดเทศกาลตรุษจีนในปี 2025 ตรงกับเดือนม.ค. ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นในช่วงนั้น และทำให้ฐานเปรียบเทียบรายปีอยู่ในระดับสูง ขณะที่ในปีนี้วันหยุดตรุษจีนจะอยู่ในเดือนก.พ.

 

ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง ปรับเพิ่มขึ้นในอัตรา 2% เช่นกัน ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ทั้งเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางเกาหลีใต้ในขณะนี้

 

*** ยานยนต์ไฟฟ้า มีแนวโน้มจะครองสัดส่วนราว 85% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในสหภาพยุโรป (EU) ตั้งแต่ปี 2035 ภายใต้แผนของ EU ที่เตรียมยกเลิกข้อห้ามโดยพฤตินัย ต่อการจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวอาจลดลงเหลือเพียง 50% ได้ ตามการประเมินของกลุ่มรณรงค์ด้านการขนส่งสะอาด Transport & Environment (T&E)

 

ภายใต้แรงกดดันจากค่ายรถยนต์ คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอในเดือนธ.ค. ให้ปรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในปี 2035 ลง 90% จากระดับปี 2021 แทนที่จะเป็นการลดลงเป็นศูนย์สำหรับรถยนต์และรถตู้ใหม่ทั้งหมด

 

*** สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ เข้าซื้อกิจการ xAI เพื่อครองความเป็นผู้นำทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการสำรวจอวกาศ โดยการทำธุรกรรมดังกล่าวได้รับการประกาศผ่านแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของ SpaceX ซึ่งลงนามโดยมัสก์ ซึ่งดีลครั้งนี้ ทำให้ SpaceX มีมูลค่ากิจการที่ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ xAI ถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่ารวมของบริษัทที่ควบรวมกันอยู่ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

*** OpenAI ไม่พอใจกับชิปปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุดของ Nvidia บางรุ่น และได้เริ่มมองหาทางเลือกอื่นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม AI ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยการปรับกลยุทธ์ของผู้พัฒนา ChatGPT รายนี้ เกิดจากการที่ OpenAI ให้ความสำคัญมากขึ้นกับชิปที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้านของกระบวนการ AI inference หรือขั้นตอนที่โมเดล AI ตอบสนองต่อคำถามและคำสั่งของผู้ใช้งาน โดยแม้ Nvidia จะยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดชิปสำหรับการฝึกฝนโมเดล AI ขนาดใหญ่ แต่ตลาด Inference กำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของการแข่งขัน

 

*** ราคาทองคำปรับตัวขึ้นบางส่วน หลังถูกเทขายอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ราคาทองร่วงลงถึง 13% ภายในเวลาเพียง 2 วัน ขณะที่ราคาเงินก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยราคาทองคำในตลาดสปอตพุ่งขึ้น 2.9% มาอยู่ใกล้ระดับ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากร่วงลงเกือบ 5% ซึ่งเป็นการขยายการปรับฐานอย่างรุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ขณะที่ราคาเงินปรับขึ้นสูงสุด 5.1% ทะลุระดับ 83 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังร่วงลง 7% โดยธนาคารบางแห่งยังคงสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ โดยดอยช์แบงก์ ยังคงยืนยันคาดการณ์ว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นไปแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju