| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 8 พ.ค.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 16.5 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 16 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 15 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | (Non-rated) | 14.6 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 14.5 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 14.5 | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 14.2 | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | 14 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 12.7 | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ถือ | 11.9 | | บล.บัวหลวง | ถือ | - | สรุปปัจจัยบวก+ กำไรสุทธิ 1Q69 เติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ): รายงานกำไรสุทธิ 2,415 ลบ. (+16% QoQ) เป็นไปตามคาดการณ์ของบางโบรกเกอร์ (บล.เอเซียพลัส, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + ปริมาณขายน้ำมัน (Mobility) พุ่งสูง: ยอดขายรวม 6,633 ล้านลิตร (+7% QoQ) จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและภาคประชาชนกักตุนน้ำมันก่อนราคาปรับขึ้นในช่วงสงคราม (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้) + ธุรกิจ Lifestyle แข็งแกร่งทำสถิติใหม่: ยอดขาย Cafe Amazon ทำ New High ที่ 112 ล้านแก้ว (+2.8% ถึง 3% QoQ) พร้อม EBITDA Margin พุ่งขึ้นแตะระดับ 31.7% จาก 25.4% ในไตรมาสก่อนหน้า (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) + การควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ: EBITDA ในกลุ่ม Lifestyle และ Mobility ดีขึ้นจากการลดค่าใช้จ่ายโฆษณา ส่งเสริมการขาย และ SG&A ที่กลับสู่ระดับปกติ (บล.ทิสโก้, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) ก้อนใหญ่: รับรู้กำไรจากสต็อกสูงถึง 12,000 ลบ. ช่วยหนุนผลงานท่ามกลางราคาน้ำมันขาขึ้นในเดือน มี.ค. (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้) + อัตราเงินปันผลจูงใจ: คาดหวังผลตอบแทนปันผลในระดับดีเฉลี่ย 5-6% ต่อปี (บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง) สรุปปัจจัยลบ- กำไรต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษ: ผลประกอบการ 1Q69 ต่ำกว่า Consensus ราว 9-14% เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss) สูงถึง 2,300 - 2,400 ลบ. (บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง) - ค่าการตลาด (Marketing Margin) ถูกกดดัน: อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรลดลงเหลือ 0.74 บาท/ลิตร ลดลงจาก 1.02 บาท/ลิตร ในปีที่ผ่านมา (-27% YoY/QoQ) จากการตรึงราคาขายปลีกของภาครัฐ (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้) - แนวโน้ม 2Q69 คาดกำไรชะลอตัว: เข้าสู่ช่วง Low Season ของธุรกิจน้ำมัน ปริมาณขายคาดว่าจะลดลงหลังมีการเร่งซื้อล่วงหน้าไปแล้ว และมีความเสี่ยงขาดทุนสต็อก (Stock Loss) หากราคาน้ำมันปรับตัวลง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง) - ความเสี่ยงธุรกิจในกัมพูชา: ผลการดำเนินงานในกัมพูชายังลดลงต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงต้องตั้งด้อยค่าหรือตัดจำหน่ายสินทรัพย์มูลค่าสูงถึง 88-90 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) - นโยบายภาครัฐ: รัฐมนตรีพลังงานคุมค่าการตลาดน้ำมันเข้มงวด และอาจมีการแทรกแซงราคาขายปลีกเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ) |