นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวว่า การเผชิญหน้าทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นในยูเครนหรือตะวันออกกลางไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ย้ำใช้แนวทางเจรจาและการทูตคลี่คลายข้อพิพาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำอินเดียแสดงความเห็นอย่างเปิดเผย หลังสหรัฐฯ จมเรือรบของอิหร่านใกล้ชายฝั่งศรีลังกา โมดีให้สัมภาษณ์หลังหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ประธานาธิบดีฟินแลนด์ ที่กรุงนิวเดลี โดยระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า “เราทั้งสองเห็นพ้องกันว่า การเผชิญหน้าทางทหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำไปสู่ทางออกของปัญหาใด ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นยูเครนหรือเอเชียตะวันตก” จนถึงขณะนี้ อินเดียยังไม่ได้ออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านอย่างชัดเจน โดยอินเดียมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานทางประวัติศาสตร์กับอิหร่าน และเคยนำเข้าน้ำมันจากประเทศดังกล่าวในปริมาณมาก ขณะเดียวกัน โมดียังต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่เปราะบางกับรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียสูงถึง 50% เมื่อปี 2025 ก่อนจะมีการทำข้อตกลงการค้าซึ่งช่วยลดอัตราภาษีลงในเวลาต่อมา ความท้าทายทางการทูตของอินเดียยิ่งเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ จมเรือรบของอิหร่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้สงครามในตะวันออกกลางขยายวงเข้าใกล้อินเดียมากขึ้น โดยเรือลำดังกล่าวเพิ่งเข้าร่วมการฝึกซ้อมกับอินเดียเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ 
การที่โมดีไม่ได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ถูกวิจารณ์จากผู้นำฝ่ายค้านภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม สตับบ์กล่าวว่าโลกสามารถเรียนรู้จากแนวทางที่รอบคอบและสมดุลของผู้นำอินเดีย ผู้นำฟินแลนด์ระบุว่า นโยบายต่างประเทศของอินเดียสะท้อนมุมมองในเชิงปฏิบัติและสอดรับกับความเป็นจริง พร้อมย้ำว่าการรักษาความระมัดระวังเชิงยุทธศาสตร์และความเป็นอิสระทางนโยบายมีความสำคัญอย่างมาก การเยือนอินเดียเป็นเวลา 4 วันของสตับบ์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารร่วมกันต่ออิหร่าน โดยการเยือนครั้งนี้มีความสำคัญเพิ่มขึ้น เนื่องจากสตับบ์เป็นหนึ่งในผู้นำไม่กี่คนที่ทรัมป์มีความใกล้ชิดด้วย โดยทั้งสองเคยตีกอล์ฟร่วมกันที่รัฐฟลอริดาเมื่อปีที่แล้ว และยังคงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ อินเดียถือเป็นหนึ่งในชาติเศรษฐกิจเอเชียที่มีความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก และเส้นทางขนส่งพลังงานส่วนใหญ่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก ที่มา Bloomberg 
|