TTB มองสินเชื่อรวมปี 69 โตตามจีดีพี ท่ามกลางปัจจัยท้าทาย เดินหน้าลุยธุรกิจ Wealth Management ผ่าน mobile banking หวังเจาะลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย ส่วนธุรกิจลีสซิ่งอยู่ระหว่างทำโมเดลเพื่อให้ลูกค้าที่มีประวัติดีได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม หลังที่ผ่านมาแบกรับดอกเบี้ยที่สูงเท่ากับลูกค้าหนี้เสีย นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ในปี 2569 ภาพรวมธุรกิจของธนาคารไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา โดยยังมีความท้าทาย และ ความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และ ส่วนในประเทศยังต้องติดตามการเลือกตั้ง ซึ่งนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเป็นหัวจักรสำคัญในการผลักดันประเทศ โดยคาดว่าสินเชื่อรวมของธนาคารจะเติบโตไปกับจีดีพีของประเทศ ซึ่งธนาคารจะเน้นทำธุรกิจในสิ่งที่มีความถนัด และ บริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในขณะที่ธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง(Wealth Management) ของธนาคารนั้น อยู่ระหว่างพัฒนา และ นำ ttb touch mobile banking เข้ามาเป็นตัวกลางในการขยายฐานลูกค้าดังกล่าว ซึ่งธนาคารตั้งเป้าหมายไว้ 3 ขั้นตอน อย่างแรก คือ การให้บริการลูกค้าโอนเงิน จ่ายเงิน บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ อย่างที่สอง คือ การเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถซื้อผลิตภัณฑ์การเงินในรูปแบบต่างๆได้ง่ายขึ้น ทั้งกองทุนรวม หุ้นกู้ ประกัน และ อย่างที่สาม คือ การเพิ่มช่องทางในการให้คำแนะนำ โดยผ่านการใช้ data AI พนักงาน เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และ ตรงเป้าหมายต่อความต้องการของนักลงทุนให้ได้มากที่สุด

ส่วนความคืบหน้าหลังจากการที่ธนาคารเข้าซื้อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TNS อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเป็นการซื้อหุ้นเพิ่มจาก บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ทำให้ TTB ถือหุ้นใน บล.ธนชาตเพิ่มเป็น 99.97% และ กลายเป็นบริษัทย่อยของธนาคารนั้น ในขณะนี้ธนาคารได้เดินหน้าธุรกิจหลักทรัพย์ภายใต้การบริหารของธนาคารแล้ว และ จะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่น่าสนใจเข้ามาสู่ระบบ ttb touch เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทางด้านความคืบหน้าการบริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์นั้น ธนาคารมองว่า ธุรกิจเช่าซื้อจักรยานยนต์ยังสามารถเติบโตได้ เนื่องจากถือเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ซึ่งธนาคารมีแนวคิดที่จะช่วยให้ผู้ขอสินเชื่อได้รับอัตราดอกเบี้ยในระดับที่เหมาะสม และ มีความยุติธรรมมากกว่าที่จะใช้อัตราดอกเบี้ยเดียวกันหมด ทำให้ผู้ที่มีวินัยในการชำระหนี้ต้องแบกรับส่วนที่เป็นหนี้เสียไปด้วย โดยจากการสำรวจที่ผ่านมาพบว่า การปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์ 5 คัน จะมี 2 คันที่เป็นกลุ่มที่ชำระสม่ำเสมอ แต่ต้องแบกรับหนี้เสียผ่านดอกเบี้ยเช่าซื้อที่สูง "ปัจจุบันรถมอเตอร์ไซค์แบบธรรมดาราคาก็ 50,000 บาท โทรศัพท์มือถือราคาก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ได้ดอกเบี้ย 0% เป็นหลายๆเดือน แถมดอกเบี้ยเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ยังสูง เพราะมี 2 ใน 5 เท่านั้นที่ชำระจนจบสัญญา และ มอเตอร์ไซส์ที่ขายไปได้ 100 คัน เวลาเป็นหนี้เสียหาคืนมาได้ไม่ถึง 10 คัน ทำให้คันที่เป็นคนดีต้องแบกรับส่วนคนที่เป็นหนี้เสียไปมากขนาดไหน เพราะฉะนั้น เราจะต้องมีโมเดลที่หาส่วนของคนดีนั้นแล้วจะให้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม มีความยุติธรรมกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้กลางปีนี้"นายปิติ กล่าว 
|