ม.หอการค้าฯ คาดจีดีพีปีนี้โต 1.6% - ฟากความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น หลังชายแดนสงบ - เลือกตั้งหนุน

รูป ม.หอการค้าฯ คาดจีดีพีปีนี้โต 1.6% - ฟากความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น หลังชายแดนสงบ - เลือกตั้งหนุน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ก.พ. 69 14:36 น.

 

ม.หอการค้าฯ คาดจีดีพีปีนี้โต 1.6% - ไตรมาส 1/69 ขยายตัว 0.8-1.2% ลุ้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ พร้อมติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวเดือนก.พ.-มี.ค. 69 ส่วนดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคม.ค.69 ฟื้นตัว เหตุความขัดแย้งไทย-กัมพูชายุติลง - บรรยากาศการหาเสียงที่คึกคักทั่วประเทศ

 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตจีดีพีไทยปี 2569 คาดไว้ที่ 1.6% โดยมองไตรมาส 1 ปี 2569 จะเติบโตในกรอบ 0.8-1.2% ซึ่งต้องติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ และ สงครามการค้า ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนม.ค.69 อยู่ที่ระดับ 52.8 ปรับตัวดีขึ้น จากเดือนธ.ค.68 และ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือนม.ค.69 อยู่ที่ 46.4 ปรับตัวดีขึ้น จากเดือนธ.ค.68 มีดังนี้

 

-คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 1.6% แต่อาจจะมีการทบทวนประมาณการใหม่ หากเสงครามการค้ามีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น รวมถึงปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงจนเกิดเป็นสงครามจริง รวมทั้งรอดูนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างไร

 

-แนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/69 คาดเติบโตได้ 0.8-1.2% เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมติดตามจำนวนนักท่องเที่ยว หลังเดือนม.ค.69 อยู่ที่ 3.2 ล้านคน แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนที่อยู่ 3.7 ล้านคน โดยต้องติดตามในเดือนก.พ. 69 ซึ่งหากเกิน 3 ล้านคน จะส่งผลบวกให้เศรษฐกิจเติบโตได้

 

"ไตรมาส 1 เป็นช่วงประคองตัว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญจะอยู่ที่ไตรมาส 2 ซึ่งคาดว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ โดยมาตรการเร่งด่วนที่ภาคเอกชน และประชาชนรอคอย คือ โครงการคนละครึ่งพลัส วงเงินประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็ว และ ยังช่วยประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้"นายธนวรรธน์ กล่าว

 

  

-ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือนม.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 52.8 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนธ.ค.68 ที่อยู่ 51.9 เป็นผลจากสงครามความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชายุติลง ประกอบกับ บรรยากาศการหาเสียงที่คึกคักทั่วประเทศ และ ความหวังที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้นที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ในอนาคต

 

-ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ประจำเดือนม.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 46.4 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนธ.ค.68 ที่อยู่ 45.5

 

-ดัชนีทุกรายการยังอยู่ระดับต่ำกว่าปกติ (ระดับที่ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจ เนื่องจากกังวลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่สัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรม และ ค่าครองชีพยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง


         
-แนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนก.พ. 69 และ มี.ค.69 จะยังเป็นบวกได้ต่อเนื่องได้หรือไม่นั้น จุดสำคัญอยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และ การมีนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง และ หน้าตาคณะรัฐมนตรีเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่


         
"ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไตรมาส 1/69 เพราะรอดูความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองไทยว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร และ รัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด ตลอดจนสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร หลังจากมีการเจรจาหยุดยิง ขณะที่ผู้บริโภคมีความหวังว่ารัฐบาลใหม่ จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวดีขึ้น"นายธนวรรธน์ กล่าว

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย