สื่อต่างประเทศรายงานว่า จีนเกินดุลการค้าปีที่ผ่านมา สูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการส่งออกเดือนธ.ค. ขยายตัวแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้การนำเข้าจะเร่งตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 3 เดือนก็ตาม ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า การส่งออกของจีนในเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบรายปี (คำนวณในรูปดอลลาร์สหรัฐ) สูงกว่าประมาณการโดยเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้เพียง 3% และเร่งตัวหลังจากที่เพิ่มขึ้น 5.9% ในเดือนพ.ย. ขณะที่การนำเข้าเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.9% และถือเป็นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. ที่เพิ่มขึ้น 7.4% โดยตลอดทั้งปี 2025 การส่งออกของจีนขยายตัว 5.5% เมื่อเทียบกับปี 2024 ขณะที่การนำเข้าทรงตัว ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ หดตัวในระดับตัวเลขสองหลักเกือบตลอดทั้งปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกจีนได้เร่งขยายการส่งออกไปยังตลาดนอกสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ความไม่สมดุลทางการค้าเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดความกังวลในหมู่คู่ค้ารายสำคัญ รวมถึงสหภาพยุโรป คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้จีนลดการพึ่งพาการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหันมาเร่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนให้คำมั่นว่า จะเพิ่มการนำเข้าและเดินหน้าสร้างสมดุลทางการค้า แม้การส่งออกโดยรวมของจีนในปี 2025 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ทำให้การส่งออกไปยังสหรัฐฯ หดตัวในระดับตัวเลขสองหลักในช่วงเกือบตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จีนมีกำหนดเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตลอดทั้งปี และไตรมาส 4 ปี 2025 ในวันจันทร์หน้า (19 ม.ค.) โดยผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.5% ในไตรมาสสุดท้าย ขณะที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าการเติบโตของปี 2025 ไว้ที่ราว 5% ที่มา CNBC 
|