บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/04/69

รูป บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/04/69

efinAI


Daily Focusดัชนียังเคลื่อนไหวจำกัด เน้นเลือกเก็งกำไรงบ
ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index แกว่งตัว Sideways ต่อเนื่องตามคาด ปิดลบเล็กน้อย 3.76 จุด ที่ระดับ 1,479.74 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.9 หมื่นลบ. แม้ Moody’s จะปรับเพิ่ม Outlook ไทยขึ้นเป็น Stable อย่างไรก็ตามสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อหลังทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิง แต่ยังคงปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้การเจรจายังไม่เกิดขึ้น สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 891 ลบ.และ 1.8 พันลบ. ตามลำดับ (แต่ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures 7.4 พันสัญญา)


แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Up ในกรอบ 1,472-1,490 จุด โดยคาดเทคโนโลยียังหนุนตลาดตาม Sentiment บวกจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเรามองว่า Upside ยังถูกจำกัดจากสงครามที่ยังยืดเยื้อหลังสหรัฐฯยังคงมาตรการปิดล้อมช่องแคบ ซึ่งอิหร่านเรียกร้องให้ยุติ ทำให้ยังไม่สามารถเดินหน้าเจรจารอบใหม่ได้ ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเหนือระดับ US$102 ต่อบาร์เรล ซึ่งกดดันการปรับขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนปัจจัยในประเทศล่าสุดมีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีการออกพรก.เงินกู้เพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงานรวมถึงแนวโน้มการเกิด Super El Nino โดยรมว.คลังระบุว่าจะพยายามไม่ให้เกิน 5 แสนลบ. คาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศให้ยังสามารถเติบโตในระดับราว 1.5+-% ปีนี้ ส่วนวันนี้ติดตามการประชุมกบง.หารือปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นเพิ่มเติม ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัสคาดว่าจะเข้าครม.ได้วันที่ 28 เม.ย. จากภาพรวมที่มีทั้งปัจจัยหนุนและกดดัน ทำให้การเคลื่อนไหวของดัชนีคาดว่าจะจำกัด เราคาดว่าหุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 1Q26 แข็งแกร่งและกระทบจำกัดจากสงครามจะเป็นเป้าในการถูกเก็งกำไรในระยะนี้


กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย


หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM


FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, MTC, OSP, WHAUP


หุ้นเด่นวันนี้ : DELTAแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 300 บาท


คาดกำไร 1Q26 ยังทำ New High ที่ 8.33 พันลบ. +16% q-q, +67% y-y หนุนจากรายได้ที่เติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง แม้กลุ่ม EV จะชะลอ แต่กลุ่ม AI ที่โตแกร่งชดเชยได้ทั้งหมด ขณะที่ Gross Margin คาดยังอยู่ในระดับสูง


เราคาดกำไรสุทธิปี 2026-28 +32% CAGR และได้ Sentiment บวกจากแรงซื้อหุ้นกลุ่ม Tech-AI ทั่วโลก ซึ่งกระทบจำกัดจากสงคราม อย่างไรก็ตาม Valuation ค่อนข้างสูงและติด Cash Balance จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้


แนวรับ 296//292 บาท แนวต้าน 309//320 บาท


Fund Flow : วานนี้กระแสเงินทุนต่างชาติในภูมิภาคค่อนข้างผสมผสานและทรงตัว เม็ดเงินไหลเข้าไต้หวัน US$375 ล้าน แต่ไหบออกจากเกาหลีใต้ US$347 ล้าน ส่วนฝั่งอาเซียนเม็ดเงินไหลเข้าไทย US$57 ล้าน แต่ไหลออกจากทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม แนวโน้มของกระแสคาดว่ายังค่อนไปในทิศทางไหลเข้าจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดยังติดตามพัฒนาการของสงครามที่ยังยืดเยื้อ


ประเด็นสำคัญวันนี้ :(-) CBG คาดกำไรปกติ 1Q26 อยู่ที่ 645 ลบ. -2% q-q, -15% y-y ธุรกิจจัดจำหน่ายช่วยพยุงรายได้ 1Q26 แต่ยังช่วยกำไรไม่ได้ แนวโน้ม 2Q26 จะเริ่มถูกกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งพลังงานและบรรจุภัณฑ์ ส่วน 3Q26 อาจเจอราคาน้ำตาลสูงขึ้น ราคาหุ้นสะท้อนประเด็นกัมพูชาแล้ว แต่ยังมีควำมเสี่ยงด้านต้นทุน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ไว้ที่ 2.66 พันลบ. -6% y-y กรณีให้ต้นทุนน้ำมันและพลังงานปรับขึ้น 10% จะกระทบกำไร 4.5% และถ้ารวมต้นทุนบรรจุภัณฑ์ขึ้น 10% จะกระทบกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 13% คงราคาเป้าหมาย 43 บาท ยังแนะนำ “ถือ”


(+) DOHOME กำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1.24 หมื่นลบ. +15% q-q และ +6% y-y ดีกว่าคาดเรา 28% และสูงกว่าตลาด 11% หนุนหลักจาก Non-NII แข็งแกร่งกว่าคาด โดยเฉพาะกำไร FVTPL, รายได้จาก trading และเงินปันผล ขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคุมได้ดี NPL ratio ลดเหลือ 3.37% แม้ credit cost ขยับขึ้นเป็น 114 bps จากการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังภายใต้เศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ราคาเป้าหมาย 36.40 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”


(+) SC คาดกำไรปกติ 1Q26 ที่ 120 ลบ. ลดลง 72% q-q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 7% y-y จากยอดโอนที่สูงขึ้น คาดโมเมนตัมกำไรจะเร่งตัวตั้งแต่ 2Q26 โดยมีแรงหนุนจากการโอนคอนโดขนาดใหญ่ที่สร้างเสร็จใหม่ คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 2.30 บาท จากแนวโน้มการฟื้นตัวในปี 2026 และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ ยังคงแนะนำ “ซื้อ”


(0) MOSHI คาดกำไรสุทธิ 1Q26 ชะลอตัว q-q ตามฤดูกาล แต่ y-y เติบโตจากการขยายสาขาใหม่เพิ่ม และอัตรากาไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจาก Product mix แนวโน้มกำไร 2Q26 จะทรงตัว q-q จาก SSSG เดือนเม.ย. ฟื้นตัวอยู่ที่บวก 2-3% y-y แต่อาจมี downside จากผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งค่าขนส่งและสินค้าที่ใช้พลาสติกในช่วง 2H26 คงคาดกำไรสุทธิปี 2026 +13% y-y ยังคงแนะนำ ซื้อ และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 45 บาท เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้น


(+) GPSC คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 1.72 พันลบ. เติบโต 15% q-q และ 52% y-y หนุนจาก SPP margin ที่ปรับขึ้นจากต้นทุนก๊าซที่ลดลง แม้ธุรกิจไฟฟ้า GHECO-1 หยุดซ่อมบำรุงทั้งไตรมาส แนวโน้มกำไรในช่วงไตรมาสที่เหลือของปี มีแนวโน้มชะลอตัวจาก SPP margin ที่แคบลงจากต้นทุนก๊าซที่ปรับขึ้นมากกว่า Ft จากผลกระทบของสงคราม เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 +18% y-y กรณีให้ต้นทุนราคาก๊าซที่ปรับขึ้น 62 บาท/MMBTU และค่าไฟ Ft ปรับขึ้นราว 12 สตางค์ต่อหน่วย จะกระทบกำไรลดลง 14% แม้ประมาณการของเรามี downside แต่เชื่อราคาหุ้นลงมาสะท้อนมากแล้ว คงคำแนะนำ ซื้อ


(0) NSL คาดกาไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 161 ลบ. +14% q-q, -6% y-y โดยคาดรายได้รวมเติบโตตามเป้าหมาย หนุนโดยรายได้กลุ่ม Bakery ที่เติบโตได้ดีตามการฟื้นตัวของรายได้ 7-Eleven และสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับดี แนวโน้ม 2Q26 อาจสะดุด หลังต้นทุนเริ่มขึ้น คาดหวังการพิจารณาปรับราคาสินค้าในระยะถัดไป เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ลงเป็น 617 ลบ. (+2% y-y) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 27 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”


(+) ตลาดดาวโจนส์ ปิดที่ 49,490.03 จุด เพิ่มขึ้น 340.65 จุด หรือ +0.69% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,137.90 จุด เพิ่มขึ้น 73.89 จุด หรือ +1.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,657.57 จุด เพิ่มขึ้น 397.60 จุด หรือ +1.64%หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขยายเวลาการหยุดยิงกับอิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน


(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ จากแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นที่เปราะบาง หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่แน่นอน ขณะเดียวกันนักลงทุนยังประเมินผลประกอบการของบริษัทในภูมิภาคที่ทยอยประกาศออกมา


(+) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัว หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการหยุดยิงในตะวันออกกลางแบบไม่มีกำหนด


(-) ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยขยับมาอยู่ที่ 32.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือ +0.34%


(+) ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ +3.67% ปิดที่ 92.96 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังมีรายงานการโจมตีเรือคอนเทนเนอร์อย่างน้อย 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้า


(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 33.40 ดอลลาร์ หรือ +0.71% ปิดที่ 4,753.00 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไร ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงรอดูว่าการเจรจาสันติภาพรอบที่สองระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะเกิดขึ้นหรือไม่
SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 1,050.91 / -0.84%


ปัจจัยที่ต้องติดตาม23 เม.ย. สหรัฐ: Initial Jobless Claims (เม.ย. /18)
24 เม.ย. อังกฤษ: ค้าปลีก (มี.ค.)
ญี่ปุ่น: เงินเฟ้อ (มี.ค.)
ไทย: นำเข้า/ส่งออก (มี.ค.)
28 เม.ย. ญี่ปุ่น: ประชุม BOJ
29 เม.ย. สหรัฐ: Durable Goods Orders (มี.ค.)


Jitra Amornthum, License no. 014530
Veeravat Virochpoka, License no. 047077
FB : FINANSIA SYRUS SECURITIES
twitter : @fnsyrus Telegram : Finansia
www.fnsyrus.com 


Reported by

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย