สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 12 ก.พ. 69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 50.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 47.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 47.00 | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 46.00 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 45.00 | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 45.00 | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ถือ | 37.00 | บล.บัวหลวง | ถือ | (ไม่ระบุ) | สรุปปัจจัยบวก- กำไรสุทธิ 4Q25 เติบโตแข็งแกร่ง Y-Y: ผลการดำเนินงานขยายตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากต้นทุนเชื้อเพลิงทั้งก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวลดลง (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป)
- ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (Equity Income) พุ่ง: ได้รับอานิสงส์จากโครงการ CFXD ที่เข้าสู่ช่วง High Season ของลม และโครงการ AEPL ที่มีผลประกอบการดีขึ้นตามค่าแสงแดด รวมถึงการรับรู้ค่าปรับงานล่าช้า (LD) (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- กำไรพิเศษหนุนฐานกำไร: มีการบันทึกกำไรจากการซื้อหุ้นเพิ่มใน RPCL ในราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Gain on bargain purchase) ประมาณ 515 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
- ปันผลสูงกว่าคาด (Surprise Dividend): ประกาศจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 0.95 บาท/หุ้น ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- แนวโน้ม 1Q26 ฟื้นตัวต่อ: คาดกำไรปกติปรับดีขึ้น Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่กลับสู่ระดับปกติ และความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ที่ฟื้นตัวหลังผ่านช่วงวันหยุดยาว (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
- โครงสร้างหนี้แข็งแรง: Net D/E อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.77 เท่า ช่วยให้มีขีดความสามารถในการขยายการลงทุนในอนาคต เช่น การนำ Avaada เข้า IPO (บล.เคจีไอ)
สรุปปัจจัยลบ- กำไรสุทธิ 4Q25 อ่อนตัว Q-Q: กดดันจากปัจจัยฤดูกาลที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง และไม่มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น Avaada เหมือนไตรมาสก่อนหน้า (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป)
- ค่าใช้จ่าย SG&A สูงตามฤดูกาล: ในไตรมาส 4 มีการบันทึกค่าใช้จ่ายบริหารและค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (Regulatory Risk): ความไม่แน่นอนจากการปรับลดค่า Ft โดยรัฐบาล และความชัดเจนของสูตรราคาก๊าซ Single Pool Gas ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุน (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี)
- มาร์จิ้นธุรกิจ SPP อาจถูกกดดัน: ในงวด 1Q26 ค่า Ft มีแนวโน้มปรับลดลงมากกว่าการลดลงของต้นทุนก๊าซ อาจทำให้ส่วนต่างราคากระแสไฟฟ้า (Spark Spread) แคบลงชั่วคราว (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี)
- ปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ: ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการไซยะบุรี (XPCL) ลดลงตามปริมาณน้ำที่น้อยลงในช่วงหน้าแล้ง (บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.ลิเบอเรเตอร์)

|