*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 66.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 17 เซนต์ หรือ 0.26% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 71.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 27 เซนต์ หรือ 0.38% ราคาน้ำมันดิบลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ (24 ก.พ.) แต่ยังทำระดับปิดสูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางการจับตาการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่านรอบที่ 3 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นหลังศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้มาตรการขึ้นภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นโมฆะ *** คำสั่งซื้อภาคโรงงานสหรัฐฯ ลดลง 0.7% ในเดือนธ.ค. 2025 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนพ.ย. เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ที่ลดลงไปมาก อย่างไรก็ดี อุปสงค์ในหมวดอื่น ๆ ยังคงแข็งแกร่ง โดยยังมีแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง *** สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ระบุว่าจะระงับการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่บังคับใช้ภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ในวันอังคารนี้ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย หน่วยงานยังระบุในข้อความแจ้งผู้ประกอบการขนส่งผ่านระบบ Cargo Systems Messaging Service (CSMS) ว่า จะยกเลิกรหัสภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งก่อนหน้านี้ของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ซึ่งออกภายใต้กรอบ IEEPA โดยมีผลตั้งแต่วันอังคารเป็นต้นไป *** Global Trade Alert ซึ่งเป็นหน่วยงานติดตามนโยบายการค้าระหว่างประเทศในสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้คำสั่งศาลฎีกาด้วยการสั่งขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนจะปรับเพิ่มอัตราเป็น 15% ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 นั้น จะทำให้บางประเทศมีอัตราภาษีที่สูงขึ้น ขณะที่บางประเทศต่ำลง หากคำนวณบนฐานถ่วงน้ำหนักทางการค้า สหราชอาณาจักรจะเผชิญอัตราภาษีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่สหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ สวนทางกับบราซิลซึ่งอัตราภาษีเฉลี่ยลดลงถึง 13.6 จุด และจีนลดลง 7.1 จุดเปอร์เซ็นต์ *** ยุโรปเตือนว่า ข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้กับสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในความเสี่ยง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยมาตรการเก็บภาษีนำเข้าอัตราใหม่ 15% ครอบคลุมสินค้านำเข้าทั่วโลกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำพิพากษาให้ยกเลิกนโยบายเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกที่เขาประกาศใช้เมื่อปี 2025 *** สตีเฟน เคตส์ นักวิเคราะห์การเงินจาก Bankrate มองว่า แผนการจ่ายเช็คมูลค่า 2,000 ดอลลาร์จากรายได้ภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศไว้นั้น แทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลยในตอนนี้ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับมาตรการเก็บภาษีทั่วโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้ *** กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เตรียมประกาศคำวินิจฉัยเบื้องต้นในวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนต่อการนำเข้าอุปกรณ์โซลาร์เซลล์จากอินเดีย ลาว และอินโดนีเซียหรือไม่ ภายใต้คดีการค้าที่กลุ่มตัวแทนผู้ผลิตโซลาร์ขนาดเล็กบางส่วนในสหรัฐฯ เป็นผู้ยื่นคำร้อง โดยกระทรวงพาณิชย์คาดว่า จะมีคำตัดสินขั้นสุดท้ายภายในปีนี้ ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มประสบความสำเร็จในการขอให้เก็บภาษีตอบโต้ในลักษณะเดียวกันจากมาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม และไทยเมื่อปี 2025 
*** IQM สตาร์ทอัพด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัมจากฟินแลนด์ ประกาศแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเป็นบริษัทกลุ่มแรก ๆ ของยุโรปในอุตสาหกรรมนี้ที่เข้าเทรดในตลาด โดย IQM จะควบรวมกิจการกับ Real Asset Acquisition Corp ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งเพื่อเข้าซื้อกิจการโดยเฉพาะ (SPAC) และเดินหน้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยมีการประเมินมูลค่าหุ้นเบื้องต้นของ IQM ไว้ที่ 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยังต้องรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านกฎระเบียบให้ครบถ้วน *** OpenAI ประกาศความร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ได้แก่ Accenture, Boston Consulting Group, Capgemini และ McKinsey & Co. ภายใต้ข้อตกลงระยะยาวหลายปี โดยบริษัทเหล่านี้จะเข้ามาช่วยลูกค้าองค์กรของ OpenAI กำหนดกลยุทธ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเร่งนำเอเจนต์ AI ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น *** เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ ได้พบหารือกับคณะผู้แทนรัสเซียที่นครเจนีวาเมื่อวันจันทร์ และมีกำหนดพบกับคณะผู้แทนจีนในวันอังคาร เพื่อเจรจาความเป็นไปได้ในการจัดทำสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์พหุภาคีฉบับใหม่ *** คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้รับเลือกตั้งกลับเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคแรงงานเกาหลีอีกสมัย และประกาศในการประชุมสมัชชาพรรค ครั้งที่ 9 ว่า จะเร่งเสริมความแข็งแกร่งและยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจในช่วงห้าปีข้างหน้า ครอบคลุมด้านการทหาร นโยบายต่างประเทศ อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ตามรายงานอ้างจากสำนักข่าวทางการ KCNA *** นักศึกษาอิหร่านยังคงชุมนุมประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่สามในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังเหตุปราบปรามผู้ประท้วงครั้งใหญ่หลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน โดยสื่อของทางการรายงานว่า นักศึกษาตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาลที่มหาวิทยาลัยเตหะราน เผาธงประท้วงที่มหาวิทยาลัยสตรีอัล-ซาห์รา และเกิดเหตุปะทะกันที่มหาวิทยาลัยอามีร์คาบีร์ โดยสถาบันทั้งหมดตั้งอยู่ในกรุงเตหะราน *** Uber ประกาศว่า บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ SpotHero ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันจองที่จอดรถล่วงหน้า โดยไม่มีการเปิดเผยมูลค่าดีลในครั้งนี้ Uber ระบุว่า มีแผนจะผนวกบริการการจองที่จอดรถ ซึ่งขับเคลื่อนโดย SpotHero เข้าไว้ในแอปของตนเอง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและจองที่จอดรถสำหรับงานอีเวนต์ สถานที่จัดงานต่าง ๆ และสนามบินได้สะดวกยิ่งขึ้น *** Amazon เปิดเผยแผนลงทุนมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อก่อสร้างดาต้าเซนเตอร์แห่งใหม่ในรัฐลุยเซียนา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง โดย คาดว่าจะสร้างงานประจำราว 540 ตำแหน่ง และสนับสนุนการจ้างงานอีกประมาณ 1,700 ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโครงการ เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเทคนิคระบบปรับอากาศ (HVAC) และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย *** หุ้น IBM ปิดดิ่งเกือบ 13.2% มาอยู่ที่ 223.35 ดอลลาร์ หลังจาก Anthropic ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า เครื่องมือ Claude Code ของบริษัทสามารถนำไปใช้เพื่อทำให้กระบวนการสำรวจและวิเคราะห์ระบบทำได้อย่างอัตโนมัติมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อระบบที่พัฒนาด้วยภาษา COBOL และเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ IBM IBM จำหน่ายระบบเมนเฟรมมาอย่างยาวนาน โดยออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลธุรกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งภาษา COBOL มักถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในระบบลักษณะดังกล่าว *** Panasonic ยักษ์ใหญ่อิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมโอนกิจการด้านการจำหน่ายโทรทัศน์ในอเมริกาเหนือและยุโรปให้แก่ Skyworth Group ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนภายในเดือนเม.ย. นี้ โดยบริษัทจะหันไปมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศและการผลิตทีวีรุ่นไฮเอนด์มากขึ้น 
|