ขุนคลังสหรัฐฯ มั่นใจ เศรษฐกิจปีนี้โต 3.5% แม้ Q4/25 โตเพียง 1.4%

รูป ขุนคลังสหรัฐฯ มั่นใจ เศรษฐกิจปีนี้โต 3.5% แม้ Q4/25 โตเพียง 1.4%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ก.พ. 69 10:16 น.

 

สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2026 จะขยายตัว 3.5% เป็นอย่างต่ำ หลังผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 ปี 2025 ขยายตัวเพียง 1.4% ในอัตรารายปีตามประมาณการเบื้องต้น ซึ่งชะลอลงอย่างมากจากไตรมาส 3 ที่เติบโตสูงถึง 4.4%

 

เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์ในรายการ “The Will Cain Show” ทาง Fox News ให้เหตุผลว่า ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ที่ขยายตัวเพียง 1.4% เพราะผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลที่นานเป็นประวัติการณ์ รวมถึงการบันทึกตัดจำหน่ายขาดทุนในระดับสูงของบริษัทรถยนต์สหรัฐฯ และประเมินว่า หากไม่มีปัจจัยดังกล่าว อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจสูงกว่าที่รายงานประมาณ 1–2 จุดเปอร์เซ็นต์

 

เศรษฐกิจชะลอในไตรมาส 4/2025

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานประมาณการเบื้องต้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตรา 1.4% ต่อปี ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 3.0% และชะลอลงจากไตรมาส 3 ที่เติบโต 4.4%

 

ตลอดปี 2025 เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว 2.2% ชะลอลงจาก 2.8% ในปี 2024 และเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 5 ปี

 

ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางที่หดตัวถึง 16.6% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นการลดลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1972 สะท้อนผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล การลดการใช้จ่ายด้านสินค้าและบริการ และการลดสวัสดิการชั่วคราวในโครงการช่วยเหลือด้านอาหาร ตลอดทั้งปี 2025 การใช้จ่ายรัฐบาลกลางหดตัว 1.2% มากที่สุดในรอบ 3 ปี

 

สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรส (CBO) ประเมินว่าผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐอาจทำให้ GDP ไตรมาส 4 หายไป 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ แม้ผลผลิตส่วนใหญ่จะฟื้นคืนมาได้ภายหลัง แต่คาดว่า มูลค่าที่สูญเสียไปถาวรนั้น จะอยู่ที่ 7,000–14,000 ล้านดอลลาร์

 

ไมเคิล เพียร์ซ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Oxford Economics ระบุว่า “แกนหลักของเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง” พร้อมประเมินว่า แม้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานจะเริ่มทรงตัว แต่เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มจะตรึงดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะ

 

 

อุปสงค์ในประเทศยังแกร่ง

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าสองในสามของเศรษฐกิจ ขยายตัว 2.4% ชะลอลงจาก 3.5% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการใช้จ่ายด้านรถยนต์ลดลง หลังสิ้นสุดมาตรการเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

 

ขณะที่อัตราการออมลดลงมาอยู่ที่ 3.6% จาก 4.2% ในไตรมาส 3 สะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพ

 

ด้านการลงทุนของภาคธุรกิจในทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้น 7.4% ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ AI ขณะที่การลงทุนในโรงงานและสิ่งปลูกสร้างหดตัวเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกัน เช่นเดียวกับการลงทุนในเครื่องจักรชะลอลง

 

เงินเฟ้อเร่งตัว หนุนเฟดตรึงดอกเบี้ยต่อ

ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนธ.ค. 2025 เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 2.8% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนพ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีเพิ่มขึ้น 0.4% สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 0.3% จาก 0.2% ในเดือนพ.ย.

 

ดัชนี Core PCE ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จาก 2.8% ในเดือนพ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย. สูงกว่าผลสำรวจที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%

 

ต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 0.4% จากหมวดสินค้ากลุ่มสันทนาการ รถยนต์ เสื้อผ้า และของใช้ในบ้าน

 

ขณะที่ราคาบริการเพิ่มขึ้น 0.3% โดยเฉพาะค่าเช่าที่อยู่อาศัย ค่าสาธารณูปโภค และบริการด้านนันทนาการ ค่าใช้จ่ายรับประทานอาหารนอกบ้านและที่พักพุ่ง 0.9% สูงสุดนับตั้งแต่ต.ค. 2023

 

นักวิเคราะห์มองว่าต้นทุนบางส่วนสะท้อนผลกระทบจากภาษีนำเข้า และมีสัญญาณว่าราคาสินค้าและบริการอาจปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะไม่ปรับลดดอกเบี้ยก่อนการประชุมวันที่ 16–17 มิ.ย.

 

ที่มา Reuters (1) และ (2)

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju