ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันจันทร์ (9 ก.พ.) โดยดัชนี S&P 500 และแนสแดคปรับตัวขึ้นหลังเปิดตลาดผันผวน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มกลับมาทรงตัวหลังเผชิญแรงเทขายที่รุนแรงในสัปดาห์ก่อนจากความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจช่วยบ่งชี้ทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,135.87 จุด เพิ่มขึ้น 20.20 จุด หรือ +0.04%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,964.82 จุด เพิ่มขึ้น 32.52 จุด หรือ +0.47% และดัชนีแนสแดคปิดที่ 23,238.67 จุด เพิ่มขึ้น 207.46 จุด หรือ +0.90% ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของ S&P 500 ปรับขึ้นต่อเนื่องจากวันศุกร์ ปิดเพิ่มขึ้น 1.6% หลังจากร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ดัชนีซอฟต์แวร์และบริการของ S&P 500 ฟื้นตัวบางส่วนเป็นวันที่สองติดต่อกัน ปิดเพิ่มขึ้น 2.9% หลังจากเผชิญแรงขายอย่างหนักตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา จากความกังวลว่า AI อาจทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยหนึ่งในหุ้นซอฟต์แวร์ที่ปรับขึ้นแรงคือ หุ้น Oracle ซึ่งพุ่งขึ้น 9.6% หลังจาก D.A. Davidson ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” นอกจากนี้ คีธ เลอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Truist Advisory Services ยังระบุว่า หุ้นเทคโนโลยียังได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวซึ่งสำนักข่าว CNBC ระบุว่า เป็นความเห็นของแซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI โดยตามรายงานดังกล่าว อัลต์แมนแจ้งพนักงานว่า ChatGPT กลับมามีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% ต่อเดือนอีกครั้ง “ตลาดเผชิญแรงเทขายมากเกินไปอย่างเห็นได้ชัด ข่าวดีเพียงเล็กน้อยจึงสามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้มาก สะท้อนได้ว่า การเทขายหุ้นเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้นรุนแรงเกินไป แม้ว่าดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการฟื้นตัว แต่กลุ่มเทคโนโลยีโดยรวมกำลังฟื้นตัวกลับมาใกล้ระดับก่อนที่จะถูกเทขายมากขึ้น 
ดัชนีหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้น 1.4% จากราคาทองคำและโลหะเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มเฮลท์แคร์ลดลงมากที่สุด โดยทั้งสองกลุ่มปิดลบไป 0.86% ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Semiconductor Index) ปิดบวก 1.4% ปรับตัวขึ้นตามทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยนักลงทุนยังต้องรอดูผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งจะประกาศในช่วงปลายเดือนนี้ โดยหุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 2.50% และหนุนดัชนี S&P 500 มากที่สุด ตลาดยังจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธนี้ หลังล่าช้าออกไปเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วน รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดและจะประกาศในวันศุกร์ ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีในเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจเป็นช่วงที่เควิน วอร์ช ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด จะเข้ารับตำแหน่ง ด้านหุ้นรายตัว พบว่า หุ้น Hims & Hers Health บริษัทด้านเทเลเฮลท์ ดิ่งลง 16.03% หลังจาก Novo Nordisk ฟ้องร้องบริษัทในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร หลังจากบริษัทสหรัฐฯ เปิดตัวยาลดน้ำหนัก Wegovy ที่ลอกเลียนแบบในราคา 49 ดอลลาร์ ก่อนจะยกเลิกในเวลาต่อมา ภายหลังถูกองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) คัดค้านอย่างหนัก หุ้น Workday ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ทรัพยากรบุคคล ร่วงไป 5.13% หลังจากประกาศว่า อนีล ภูศรี ผู้ร่วมก่อตั้ง จะกลับมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกครั้ง หุ้น Apollo Global Management บริษัทบริหารสินทรัพย์บวกขึ้น 0.69% หลังจากรายงานกำไรไตรมาสสี่เพิ่มขึ้น 13% ขณะที่หุ้น Kyndryl บริษัทผู้ให้บริการด้านไอทีทรุดลง 54.92% หลังจากเลื่อนการยื่นงบการเงินประจำไตรมาส โดยระบุว่า พบจุดอ่อนที่มีนัยสำคัญในระบบรายงานทางการเงิน ส่วนหุ้น Kroger เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ ปรับตัวขึ้น 3.85% หลังจากแต่งตั้ง เกร็ก ฟอแรน อดีตผู้บริหารของ Walmart เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ที่มา Reuters 
|