กองทุนหุ้นยุโรปและเอเชียมีเงินไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 11 ก.พ. หลังนักลงทุนทยอยลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเมกะแคปของสหรัฐฯ จากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป และค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนใน AI ที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก LSEG Lipper ระบุว่า กองทุนหุ้นทั่วโลกมีเงินไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน รวม 25,540 ล้านดอลลาร์ โดยกองทุนหุ้นยุโรปดึงดูดเม็ดเงินถึง 17,530 ล้านดอลลาร์ มากที่สุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่กองทุนหุ้นเอเชียมีเงินไหลเข้าสุทธิราว 6,280 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการปรับพอร์ตหนีความเสี่ยงจากตลาดสหรัฐฯ ไปยังภูมิภาคอื่นมากขึ้น ขณะที่กองทุนหุ้นสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 1,420 ล้านดอลลาร์ในรอบสัปดาห์ และเป็นการขายสุทธิครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ โดยดัชนีแนสแดค ร่วงลง 2.03% เมื่อวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) จากความกังวลระลอกใหม่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AI ต่อภาคธุรกิจต่าง ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ บริการด้านกฎหมาย และการบริหารความมั่งคั่ง ขณะเดียวกัน กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกยังมีแรงซื้อเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 21,090 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ดังกล่าว โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นมีเงินไหลเข้า 4,870 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนธ.ค. 2025 ซึ่งมีเงินไหลเข้าสุทธิ 10,170 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ กองทุนตราสารหนี้ภาคเอกชนและกองทุนตราสารหนี้สกุลเงินยูโรยังมีเงินไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญที่ 2,630 ล้านดอลลาร์ และ 2,060 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ส่วนกองทุนตลาดเงินพบว่า เงินไหลเข้าชะลอลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 1,150 ล้านดอลลาร์ ด้านกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ประเภททองคำและโลหะมีค่า ยังคงมีเงินไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 13 จาก 14 สัปดาห์ แม้ว่า เม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ ซึ่งอยู่ที่ 1,250 ล้านดอลลาร์จะเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ก็ตาม สำหรับตลาดเกิดใหม่ นักลงทุนอัดฉีดเงินเข้าสู่กองทุนหุ้น รวม 8,520 ล้านดอลลาร์ และเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8 ขณะที่กองทุนตราสารหนี้มีเงินไหลเข้า 1,290 ล้านดอลลาร์ จากข้อมูลกองทุนรวมทั้งสิ้น 28,723 กองทุน ที่มา Reuters 
|