รัฐบาลจีนพยายามสร้างความมั่นใจว่า มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้ากลุ่ม Dual use ล่าสุดจำกัดเป้าหมายเฉพาะบางกลุ่ม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานทางการทหาร และจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในภาคพลเรือนของญี่ปุ่น เหอ ย่าตง (He Yadong) โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าววันนี้ (8 ม.ค.) ว่า “จีนมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพและความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทานโลก การใช้งานในภาคพลเรือนจะไม่ถูกกระทบ ผู้ที่ทำการค้าปกติในภาคพลเรือนไม่มีความจำเป็นต้องกังวลใด ๆ” คำชี้แจงของจีนเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลจีนมีคำสั่งห้ามส่งออกสินค้าประเภท Dual-use ทั้งหมดเพื่อใช้งานทางการทหาร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของจีนไปญี่ปุ่นประมาณ 40% และขู่ว่าจะควบคุมการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธที่เป็นวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความเห็นเมื่อเดือนพ.ย. ว่า ญี่ปุ่นอาจใช้กำลังทหาร หากจีนใช้กำลังเข้ายึดไต้หวัน ซึ่งทาคาอิจิปฏิเสธที่จะถอนคำพูดเรื่องไต้หวัน โดยระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะไม่เปลี่ยนจุดยืนด้านนโยบายต่อไต้หวัน แม้คำยืนยันของจีนอาจช่วยบรรเทาความกังวลของผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นได้ชั่วคราว แต่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการค้าของทั้งสองประเทศ โดยญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจากจีนถึง 70% ขณะที่จีนส่งสัญญาณออกมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนการทุ่มตลาดไดคลอโรซิเลน ซึ่งเป็นสารเคมีสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รายงานยังระบุว่า ระหว่างการประชุมวันนี้ ทาเกฮิโระ ฟุนาโกชิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และอู๋ เจียงฮ่าว เอกอัครราชทูตจีน ได้หารือสถานการณ์ความสัมพันธ์ปัจจุบัน โดยฟุนาโกชิได้ยื่นประท้วงอย่างรุนแรงและเรียกร้องให้จีนถอนมาตรการควบคุมดังกล่าว ตามที่ระบุในแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ทากาอิจิยังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตอบโต้มาตรการล่าสุดของจีน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินการตอบโต้ที่เสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบภายในประเทศ ที่มา Bloomberg 
|