ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) โดยดัชนีแนสแดคดิ่งลง 2% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงหุ้นกลุ่มขนส่งซึ่งถูกมองว่าเสี่ยงต่อการถูกดิสรัปต์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,451.98 จุด ลดลง 669.42 จุด หรือ -1.34%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,832.76 จุด ลดลง 108.71 จุด หรือ -1.57% และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,597.15 จุด ลดลง 469.32 จุด หรือ -2.03% ตลาดเปิดการซื้อขายในแดนบวก ก่อนที่แรงเทขายจะเริ่มขึ้นในช่วงเช้า เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองหุ้นกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มน้ำหนักในกลุ่ม Defensive มากขึ้น เช่น กลุ่มสาธารณูปโภค, สินค้าอุปโภคบริโภค และอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการรายไตรมาสของ Cisco Systems ที่ออกมาต่ำกว่าคาดยังซ้ำเติมบรรยากาศการซื้อขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนถึงผลกระทบของ AI ต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทขนส่งยังได้รับผลกระทบจากความกังวลนี้ด้วยเช่นกัน แจ็ค เฮอร์ นักวิเคราะห์การลงทุนจาก GuideStone Funds กล่าวว่า ประเด็นใหญ่ในตลาดตอนนี้คือ อุตสาหกรรมใดจะเพิ่มผลิตภาพจากการลงทุนใน AI ได้ และในทางกลับกัน อุตสาหกรรมใดจะถูก AI เข้ามาเปลี่ยนเกม ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการพิสูจน์ผลตอบแทนจากการลงทุน AI แล้ว รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดยังสร้างความกังวลเพิ่มเติมว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยน้อยลง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตารายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. ซึ่งจะเผยแพร่ในวันนี้ นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ยังระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงน้อยกว่าที่คาดในสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ก.พ. โดยลดลง 5,000 ราย สู่ระดับที่ 227,000 ราย ขณะที่ผลสำรวจโดยรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 222,000 ราย ซึ่งอาจเป็นเพราะผลกระทบจากพายุฤดูหนาวที่ยังคงมีอยู่ 
ภาพรวมหุ้นรายตัว - หุ้น Cisco ปิดร่วง 12.3% ฉุดดัชนี S&P 500 มากสุดเป็นอันดับห้า และเป็นการลดลงมากที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2022 หลังรายงานอัตรากำไรขั้นต้นหลังปรบทวนแล้วต่ำกว่าคาดการณ์ ด้านนักวิเคราะห์จาก Huntington Wealth Management มองว่า การร่วงลงของหุ้น Cisco อาจกระตุ้นให้นักลงทุนขายหุ้นบิ๊กแคปที่มีสภาพคล่องสูง เช่น Apple, Nvidia, Broadcom และ Amazon - หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับการขนส่งร่วงลง นำโดยหุ้น Landstar ดิ่งลง 15.6% ขณะที่ CH Robinson ร่วงลง 14.5% และ Expeditors International ร่วงลง 13.2% ดัชนี Dow Jones Transport Average ซึ่งอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ ร่วงลง 4% หลัง CNBC รายงานว่า เครื่องมือใหม่จากบริษัท AI ที่ชื่อ Algorhythm Holdings ทำให้บริษัทขนส่งตกเป็นเป้าหมายใหม่ที่อาจถูก AI เข้ามาแทนที่ ขณะที่หุ้น Algorhythm พุ่งขึ้นเกือบ 30% สก็อตต์ เฮลฟ์สไตน์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนจาก Global X ให้เหตุผลว่า รายงานการจ้างงานมีสัญญาณความอ่อนแอในภาคการขนส่ง เมื่อรวมกับความเสี่ยงจากระบบอัตโนมัติและความต้องการที่อาจชะลอตัว จึงยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มขนส่ง - หุ้น AppLovin แพลตฟอร์มการตลาดดิ่ง 19.7% และเป็นหุ้นที่ปิดลบมากที่สุดในบรรดาหุ้นซอฟต์แวร์ของ S&P 500 หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ร่วงลง 1.7% และยังลบช่วงบวกหลังจากกลับมารีบาวด์ออกไปเป็นส่วนใหญ่ - หุ้น Equinix ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ พุ่งขึ้น 10.4% หลังคาดการณ์รายได้ทั้งปีสูงกว่าประมาณการของตลาด จากความต้องการที่แข็งแกร่ง ถือเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนีอสังหาริมทรัพย์ของ S&P 500 - หุ้นกลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลปรับตัวลง หลัง Lenovo เตือนว่า การขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะกดดันยอดจัดส่งสินค้า ส่งผลให้หุ้น HP ลดลง 4.5% และ Dell Technologies ดิ่งลง 9% ภาพรวมการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายโดยรวม อยู่ที่ 22,450 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วัน ที่ 20,780 ล้านหุ้น - จำนวนหุ้นลบในตลาดหุ้นนิวยอร์กสูงกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 2.17 ต่อ 1 โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ในรอบ 52 สัปดาห์ 748 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 229 ตัว - ตลาดหุ้นแนสแดค มีหุ้นบวก 1,305 ตัว และหุ้นลบ 3,581 ตัว ขณะที่ S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ 99 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 32 ตัว ที่มา Reuters 
|