ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณสภาคองเกรส (CBO) เตรียมทบทวนประมาณการรายได้จากการจัดเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ รอบใหม่ ทันทีที่รัฐบาลได้ข้อสรุปแผนตอบโต้คำวินิจฉัยหลังศาลฎีกาตัดสินให้ภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมาย IEEPA ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นโมฆะ ขณะที่ศุลการกรสหรัฐฯ ประกาศยุติการจัดเก็บภาษีดังกล่าว มีผลหลังเที่ยงวันนี้ตามเวลาไทย นายฟิลิป สวาเกล (Philip Swagel) ผู้อำนวยการ CBO กล่าวในงานประชุมสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติ (NABE) ที่กรุงวอชิงตันว่า กำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อดูปฏิกิริยาของรัฐบาล และจะรีบแจ้งข้อมูลใหม่ทันทีที่มีความชัดเจน รายงานคาดการณ์พื้นฐานของ CBO เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ไม่กี่วันก่อนที่ศาลฎีกาจะพิพากษาให้มาตรการภาษีของทรัมป์ที่อ้างอำนาจตามภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ IEEPA เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เดิมนั้น CBO คาดว่า รายได้จากการเก็บภาษีนำเข้าในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะอยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์ หลังศาลมีคำสั่งดังกล่าว ทรัมป์ได้ประกาศแผนใหม่เมื่อวันศุกร์ โดยจะใช้มาตรา 122 กฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลาสูงสุด 150 วัน ก่อนประกาศว่าจะปรับเพิ่มอัตราภาษีดังกล่าวเป็น 15% คำวินิจฉัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อรายได้จากภาษีนำเข้าในปี 2025 ประมาณ 130,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะมีการจัดการอย่างไรต่อ โดย CBO จะสะท้อนข้อมูลนี้ในรายงานงบประมาณฉบับปรับปรุงช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. หรืออาจเผยแพร่ก่อนหน้านั้นหากมีข้อสรุปที่ชัดเจน 
นอกจากนี้ CBO ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขาดดุลในรอบ 10 ปี ขึ้นอีก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายด้านภาษีและสกัดคนเข้าเมืองของรัฐบาล ขณะเดียวกัน สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ประกาศยุติการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมาย IEEPA โดยให้มีผลในเวลา 00:01 น. ของวันนี้ (24 ก.พ.) หรือ 12.01 น. ตามเวลาประเทศไทย CBP ได้แจ้งผู้ประกอบการขนส่งสินค้าว่าจะยกเลิกรหัส Tariff Codes ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งเดิมของทรัมป์ ภายใต้กฎหมาย IEEPA โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า CBP ยังคงจัดเก็บภาษีต่อเนื่องมาอีกกว่า 3 วันหลังจากศาลมีคำสั่ง และยังไม่มีการชี้แจงเหตุผลหรือให้ข้อมูลเรื่องการคืนเงินภาษีแก่ผู้นำเข้าในขณะนี้ ขณะที่มาตรการภาษีอื่น ๆ ที่ทรัมป์ประกาศใช้ เช่น ภาษีภายใต้มาตรา 232 กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าที่ไม่เป็นธรรม ยังคงมีการจัดเก็บตามปกติ ที่มา Bloomberg และ Reuters 
|