สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 27 มกราคม 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 27 มกราคม 2569

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ม.ค. 69 8:49: น.

 

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 60.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 44 เซนต์ หรือ 0.7%

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 65.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 29 เซนต์ หรือ 0.4%

 

ราคาน้ำมันปิดตลาดปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ (26 ม.ค.) หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 2% ในการซื้อขายก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบจากพายุฤดูหนาวต่อกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

 

*** ราคาโลหะเงินลดช่วงบวกหลังแตะจุดสูงสุดในการซื้อขายก่อนตลาดปิดทำการ โดยราคาโลหะเงินพุ่งแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 ขณะที่ราคาทองคำก็อ่อนตัวลงหลังทะยานขึ้นเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

 

โลหะเงินปิดตลาดวันจันทร์ เพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นมากกว่า 14% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 117 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นระหว่างวันมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ขณะที่ทองคำแท่ง ซึ่งปรับขึ้นสูงสุดถึง 2.5% ไปอยู่ที่ 5,111.07 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงท้ายของการซื้อขายในสหรัฐฯ หลังค่าเงินดอลลาร์ลดช่วงการอ่อนค่า

 

*** คำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ผลิตในสหรัฐฯ เดือนพ.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนว่าการใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ของภาคธุรกิจยังคงขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 โดยยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ห้า หลังจากที่มีการรายงานข้อมูลเมื่อสัปดาห์ก่อนที่แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีความแข็งแกร่งในเดือนต.ค. และ พ.ย. ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงสามเดือนสุดท้ายของปี 2025

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าได้ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้มายังสหรัฐฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม้แปรรูป และเวชภัณฑ์ เป็น 25% พร้อมทั้งวิจารณ์ฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้ว่า ไม่สามารถออกกฎหมายรองรับข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การปรับขึ้นภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด หรือทรัมป์ออกคำสั่งนี้เพราะเหตุใด

 

ขณะที่ดัชนี KOSPI ลดลง 0.7% ในการซื้อขายเช้านี้ ขณะที่เงินวอนอ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากแตะระดับแข็งค่าสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

 

*** พายุฤดูหนาวรุนแรงซึ่งพัดถล่มพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ส่งผลให้สายการบินต้องยกเลิกและเลื่อนเที่ยวบินหลายพันเที่ยวในวันจันทร์ โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การบิน Cirium ระบุว่า ในช่วงบ่ายแก่ ๆ เที่ยวบินที่มีกำหนดขึ้นบินต้องถูกยกเลิกเกือบ 19%

 

ขณะที่ข้อมูลอีกชุดจาก FlightAware พบว่า เที่ยวบินในสหรัฐฯ ราว 5,220 เที่ยวถูกยกเลิก และล่าช้ากว่า 6,500 เที่ยว ภายในช่วงหัวค่ำของวันเดียวกัน หลังจากมีเที่ยวบินถูกยกเลิกถึง 11,000 เที่ยวในวันอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นยอดสูงสุดต่อวันนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามข้อมูลของ Cirium

 

*** ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต่าง ๆ ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวดในรัฐมินนิโซตา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางยิงและทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิตในเมืองมินนีอาโปลิสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่งจากเหตุเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงในเดือนนี้

 

การออกมาแสดงความคิดเห็นเหล่านี้ รวมแถลงการณ์ที่มีการลงนามจากผู้บริหารมากกว่า 60 คนที่มีบริษัทตั้งอยู่ในมินนิโซตา และวิดีโอจากผู้บริหารที่กำลังจะเป็นซีอีโอของ Target โดยเนื้อหาไม่ได้วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (ICE) โดยตรง แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่า สาธารณชนกำลังต่อต้านการกระทำของรัฐบาลมากขึ้น

 

 

*** Nike เตรียมเลิกจ้างพนักงาน 775 คน ตามรายงานที่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเปิดเผยกับรอยเตอร์ ขณะที่บริษัทกำลังเร่งเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและเดินหน้าใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น โดยการปรับลดพนักงานครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อพนักงานในศูนย์กระจายสินค้าในรัฐเทนเนสซีและมิสซิสซิปปี ซึ่งเป็นที่ตั้งของคลังสินค้าขนาดใหญ่ของบริษัท

 

*** Anta Sports Products ของจีน ระบุว่า บริษัทจะเข้าซื้อหุ้น Puma ในสัดส่วน 29.06% จากตระกูลปิโนต์ เป็นมูลค่า 1,510 ล้านยูโร (1,790 ล้านดอลลาร์) ส่งผลให้ Anta กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของผู้ผลิตเครื่องแต่งกายกีฬาสัญชาติเยอรมนี

 

Anta ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง จะจ่ายเป็นเงินสด 35 ยูโรต่อหุ้น สำหรับหุ้น Puma จำนวน 43 ล้านหุ้น ตามที่ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาดังกล่าวสูงกว่าราคาปิดของหุ้น Puma เมื่อวันจันทร์ที่ 21.63 ยูโร ถึง 62%

 

*** Boeing มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบินโดยสาร และปรับเพิ่มแนวโน้มฝั่งกระแสเงินสดอิสระในช่วงปีข้างหน้า ปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนจับตาในการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัทในวันอังคารนี้ แม้บริษัทคาดว่าจะรายงานผลขาดทุนรายไตรมาสอีกครั้ง โดยนักลงทุนกำลังมองหาสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากเผชิญวิกฤตมาหลายปี

 

ราคาหุ้นของ Boeing ปรับตัวขึ้นมาเกือบเท่าระดับเมื่อสองปีก่อน ก่อนเกิดเหตุแผงลำตัวเครื่องบินรุ่น 737 MAX ของสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส หลุดกลางอากาศ นำไปสู่การเปิดโปงปัญหาเชิงระบบด้านคุณภาพการผลิต และทำให้ราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 30% ในปี 2024

 

*** Nvidia ลงทุนใน CoreWeave เพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่า 5 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว CoreWeave จะเป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มแรก ๆ ที่นำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Nvidia มาใช้งาน รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูล และหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) รุ่นใหม่ชื่อ Vera

 

การลงทุนครั้งนี้ก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงทางการเงินแบบหมุนเวียน (circular financing) ที่ทำให้มูลค่าของบริษัทด้าน AI ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความกังวลต่อการเกิดฟองสบู่ AI อย่างไรก็ดี เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวว่า การลงทุนเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการเติบโตและรูปแบบธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

 

*** Microsoft เตรียมนำชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นที่สองออกใช้งาน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของบริษัท และเป็นทางเลือกแทนฮาร์ดแวร์ของ Nvidia

 

ชิป Maia 200 ซึ่งผลิตโดยบริษัท TSMC กำลังถูกส่งไปยังศูนย์ข้อมูลของ Microsoft ในรัฐไอโอวา และจะขยายการติดตั้งไปยังพื้นที่เมืองฟีนิกซ์เป็นลำดับถัดไป โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Microsoft ได้เชิญนักพัฒนาเริ่มใช้งานซอฟต์แวร์ควบคุมของชิป Maia แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ใช้บริการคลาวด์ Azure ของบริษัทจะสามารถใช้งานเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปดังกล่าวได้เมื่อใด

 

*** ความพยายามของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการหาเสียงเลือกตั้งโดยไม่ทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วนกำลังเผชิญความท้าทายท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ปัญหาคือ หากมีการดำเนินการใด ๆ เพื่อสกัดไม่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น จะยิ่งกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง กระตุ้นเงินเฟ้อในภาคนำเข้า และเพิ่มแรงกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่หากเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน จะเสี่ยงทำให้การปรับขึ้นของตลาดหุ้นสะดุด ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดตลาดไม่กี่รายการที่เอื้อต่อรัฐบาลทาคาอิจิก่อนวันเลือกตั้ง

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju