ราคาโลหะเงินทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่จากแรงหนุนของอุปสงค์การลงทุนที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงการถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อแร่สำคัญของสหรัฐฯ และกระแสการเข้าซื้อเก็งกำไรตามโมเมนตัม ส่งผลให้ราคาโลหะเงินมีแนวโน้มปิดปี 2025 สูงกว่าระดับต้นปีกว่า 2 เท่า โลหะเงิน ซึ่งทะลุระดับ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 120% นับตั้งแต่ต้นปี และกำลังทำสถิติเพิ่มขึ้นรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแซงหน้าทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 64% ในปี 2025 ซึ่งราคาซื้อขายโลหะเงินในตลาดสปอต แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 66.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในวันพุธที่ผ่านมา โรนา โอคอนเนล ( Rhona O'Connell) หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของ StoneX กล่าวว่า “การปรับขึ้นรอบนี้ ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนเป็นหลัก แม้จะมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับอยู่มาก แต่ราคาถูกผลักดันด้วยการลงทุนและการเก็งกำไร” โดยปัจจัยพื้นฐานของโลหะเงิน ยังคงแข็งแกร่งจากภาวะอุปทานขาดดุลต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มอุปสงค์ที่ดีจากอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ พลังงานแสงอาทิตย์ และยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ โลหะเงิน ยังได้รับอานิสงส์จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวกับที่หนุนราคาทองคำ ตลอดจนกระแสเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้า นิเตช ชาห์ (Nitesh Shah) นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก WisdomTree กล่าวว่า “ในอนาคต ปัจจัยเหล่านี้ รวมถึงปริมาณโลหะเงินในสต๊อกนอกสหรัฐฯ ที่ไม่มากนัก จะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นบวกต่อราคาโลหะเงิน ราคาเงินอาจปรับขึ้นไปใกล้ระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ภายในสิ้นปีหน้า” 
การที่โลหะเงินถูกบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อแร่สำคัญของสหรัฐฯ ก็ช่วยหนุนราคาเช่นกัน รวมไปถึงความกังวลว่า โลหะเงินอาจเผชิญมาตรการภาษีศุลกากร ทำให้เกิดกระแสการย้ายโลหะเข้าสหรัฐฯ จำนวนมากในช่วงต้นปี ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดลอนดอนตึงตัว อีกทั้งอุปสงค์จากอินเดียและจีน ประกอบกับแรงซื้อเพื่อเก็งกำไร ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์ที่มีปัจจัยบวกรอบด้านเกิดขึ้นพร้อมกันสำหรับโลหะเงิน คาร์สเทน เมนเค (Carsten Menke) นักวิเคราะห์จาก Julius Baer กล่าวว่า “การที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จะดึงดูดนักลงทุนจีนเข้าสู่ตลาดอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนผ่านปริมาณการซื้อขายและสถานะคงค้าง (open interest) ในตลาดแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น” ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาโลหะเงิน โดยคาดว่าราคาอาจทะลุระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปีหน้า โดยเฉพาะหากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ช่วยหนุนความต้องการโลหะมีค่า อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกกลุ่มเตือนว่า ในอดีตราคาโลหะเงินมีความผันผวนสูง ซึ่งยังคงเสี่ยงต่อการปรับฐานอย่างรุนแรง ตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ หากราคาทองคำขยับขึ้นหรือลง x% ก็อาจคาดได้ว่าโลหะเงินจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน แรงกว่าราว 2 เท่า หรือ 2.5 เท่า เนื่องจากเป็นตลาดที่เล็กกว่าและมีความผันผวนสูงกว่า ที่มา Reuters

|