*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 65.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 70.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2 เซนต์ หรือ 0.03% ราคาน้ำมันดิบลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ (30 ม.ค.) โดยเป็นการพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้ และยังคงทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหกเดือน จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคุกรุ่น *** ที่ประชุมกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีมติคงปริมาณการผลิตน้ำมันในเดือนมี.ค.ตามเดิม ในการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกโอเปก การประชุมของประเทศสมาชิกโอเปกพลัสทั้ง 8 ชาติ มีขึ้นในขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 70.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2 เซนต์ หรือ 0.03% ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 71.89 ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัสบดี ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปิดที่ 65.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า ภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดในปี 2026 อาจกดดันให้ราคาปรับตัวลง *** รัฐบาลอินเดียมีแผนปรับปรุงฐานะการคลังในปีงบประมาณถัดไป โดยจะลดทั้งระดับการขาดดุลงบประมาณและภาระหนี้ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่สิ่งทอไปจนถึงชิป นางนิรมาลา สีธารามัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการแถลงงบประมาณต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 เมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลคาดว่าการขาดดุลงบประมาณจะลดลงมาอยู่ที่ 4.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 2026-27 จากระดับ 4.4% ในปีงบประมาณ 2025-26 และยังระบุว่า รัฐบาลคาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของอินเดียจะลดลงมาอยู่ที่ 55.6% ในปีงบประมาณถัดไป จาก 56.1% ในปีงบประมาณ 2025-26 *** AstraZeneca ประกาศแผนลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในจีน และระบุว่าจะร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของจีนเพื่อพัฒนายาลดน้ำหนัก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยา ขณะที่บริษัทยาขนาดใหญ่หันไปมองหานวัตกรรมจากฝั่งเอเชียมากขึ้น เพื่อทดแทนรายได้จากยาขายดีที่กำลังจะหมดอายุสิทธิบัตรในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า นอกจากนี้ AstraZeneca ยังจะเข้าจดทะเบียนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในวันจันทร์นี้ ส่งผลให้บริษัทสิ้นสุดการซื้อขายหุ้นผ่านใบตราสารแสดงสิทธิในหุ้นต่างประเทศ (ADS) *** ผู้นำอิหร่านออกมาเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า อาจเกิดความขัดแย้งลุกลามในภูมิภาค หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งจะซ้ำเติมความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ประกาศกำหนดให้กองทัพของสหภาพยุโรป (EU) เป็นกลุ่มก่อการร้ายเพื่อตอบโต้การที่ EU กำหนดให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เป็นกลุ่มก่อการร้าย *** รัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องปิดหน่วยงานบางส่วนตั้งแต่เช้าวันเสาร์ แม้ว่าวุฒิสภาจะผ่านร่างข้อตกลงงบประมาณไปก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง วุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณด้วยคะแนน 71 ต่อ 29 ครอบคลุมร่างกฎหมาย 5 ฉบับ พร้อมมาตรการงบประมาณชั่วคราวระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีเวลาหารือแก้ไขข้อขัดแย้งเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายดังกล่าวยังต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วย แต่สภายังไม่มีกำหนดกลับมาประชุมที่กรุงวอชิงตันจนถึงวันจันทร์ ทำให้รัฐบาลกลางเข้าสู่ภาวะปิดหน่วยงานชั่วคราว ซึ่งคาดว่าจะเป็นเพียงระยะสั้น หลังจากที่ปีที่แล้วสหรัฐฯ เพิ่งเผชิญการปิดหน่วยงานยาวนานเป็นประวัติการณ์ถึง 43 วัน *** ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์และแสดงความเชื่อมั่นว่า จะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนได้ภายในวันอังคารนี้ โดยสภาผู้แทนราษฎรเตรียมนำร่างกฎหมายงบประมาณที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบแล้วขึ้นมาพิจารณาในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐต้องปิดหน่วยงานบางส่วนตั้งแต่เช้าวันเสาร์ หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณและส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามได้ทันเส้นตายวันที่ 30 ม.ค. 
*** ธนาคารกลางออสเตรเลียอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือนหลังจากเพิ่งปรับลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ธนาคารกลางออสเตรเลียจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.85% จากแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่ ขณะที่อัตราการว่างงานปรับลดลง ซึ่งสวนทางกับมุมมองตลาด การตัดสินใจดังกล่าวจะถือเป็นการกลับลำจากแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยก่อนหน้านี้ และอาจทำให้นโยบายการเงินของออสเตรเลียสวนทางกับหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มจะเริ่มปรับลดต้นทุนการกู้ยืมในระยะถัดไป *** ผู้จัดการเงินลงทุนของบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ อาทิ BlackRock, Bridgewater Associates และ Pacific Investment Management Co. (Pimco) เตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะกลับมาปะทุขึ้นอีกระลอก หลังจากที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั่วไปกับพันธบัตรที่ป้องกันเงินเฟ้อ (TIPS) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนม.ค. สู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนที่อิงกับเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน *** ข้อถกเถียงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกเควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนต่อไป ได้เปลี่ยนจากประเด็นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ไปสู่ขนาดงบดุลของธนาคารกลาง มูลค่า 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ และบทบาทของเฟดในตลาดการเงิน เนื่องจากวอร์ชวิพากษ์วิจารณ์การขยายงบดุลของเฟดมาโดยตลอด และอาจเดินหน้าลดขนาดงบดุล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวและตลาดการเงินที่สำคัญ *** บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังเดินบนอยู่บนเส้นด้ายบาง ๆ ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนพร้อมยอมรับการใช้จ่ายจำนวนมหาศาลตราบใดที่ยังมีการเติบโตมารองรับ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ตลาดก็พร้อมลงตีกลับ ซึ่งเห็นได้จากสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดของ Microsoft นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2020 แม้ Microsoft จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่บรรดานักลงทุนกลับให้น้ำหนักไปที่ธุรกิจคลาวด์ Azure ซึ่งส่งสัญญาณเติบโตชะลอตัว และระดับการใช้จ่ายด้านการลงทุนที่สูง ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลง ขณะที่ Meta Platforms คาดการณ์รายได้รายไตรมาสว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีแผนเพิ่มการใช้จ่ายด้านการลงทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้น ก่อนจะย่อตัวลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนการลงทุนเริ่มกดดันมุมมองของตลาด *** เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nvidia กล่าวว่า บริษัทจะเข้าร่วมการระดมทุนรอบล่าสุดของ OpenAI ซึ่งอาจเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา หวงกล่าวว่า เงินลงทุนของ Nvidia ในการระดมทุนสำหรับ OpenAI จะไม่สูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน ปัจจุบัน OpenAI กำลังระดมทุนสูงสุดถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ในรอบการระดมทุนปัจจุบัน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมเจรจาให้เงินทุน อาทิ Amazon, Microsoft และ SoftBank Group *** SpaceX และ xAI ของอีลอน มัสก์ อยู่ระหว่างการหารือเพื่อควบรวมกิจการ ก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ที่วางแผนไว้ในช่วงปีนี้ ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องนี้และเอกสารของบริษัทสองฉบับล่าสุดที่รอยเตอร์สตรวจสอบ การควบรวมดังกล่าวจะนำธุรกิจจรวดของมัสก์ ดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X และแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ Grok มาอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน แผนการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับความพยายามของ SpaceX ในการส่งศูนย์ข้อมูลขึ้นสู่วงโคจร ในขณะที่มัสก์กำลังแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อครองความเป็นผู้นำในสนามปัญญาประดิษฐ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี อาทิ Google, Meta และ OpenAI 
|