“ทรัมป์” เร่งเดินเกมจ่อฮุบขายน้ำมันคว่ำบาตรจากเวเนฯ 50 ล้านบาร์เรล – เตรียมถกบิ๊กออยล์สหรัฐฯ ฟื้นโครงสร้างพลังงาน

รูป “ทรัมป์” เร่งเดินเกมจ่อฮุบขายน้ำมันคว่ำบาตรจากเวเนฯ 50 ล้านบาร์เรล – เตรียมถกบิ๊กออยล์สหรัฐฯ ฟื้นโครงสร้างพลังงาน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 ม.ค. 69 10:51 น.

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า เวเนซุเอลา จะส่งมอบน้ำมันให้กับสหรัฐฯ มากถึง 50 ล้านบาร์เรล โดยยืนยันว่า น้ำมันดังกล่าวจะนำออกจำหน่าย และนำรายได้ไปใช้เพื่อประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ เตรียมพบกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันที่ทำเนียบขาวในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหารือแนวทางฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ที่อยู่ในภาวะทรุดโทรม

 

ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ผมมีความยินดีที่จะประกาศว่า รัฐบาลเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา จะส่งมอบน้ำมันคุณภาพสูงซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร จำนวนระหว่าง 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรล ให้แก่สหรัฐฯ ซึ่งน้ำมันดังกล่าว จะถูกขายในราคาตลาด และเงินที่ได้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของตน ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ”

 

หลังถ้อยแถลงดังกล่าว พบว่าราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของสหรัฐฯ ร่วงลงมากสุดถึง 2.4% โดยหากตัวเลขที่ทรัมป์กล่าวถึงเป็นความจริง ปริมาณน้ำมันดังกล่าว จะเทียบเท่ากับการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา 30 - 50 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะเริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมการส่งออกน้ำมัน ซึ่งระดับการผลิตในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงอย่างมากจากอดีต และหากเทียบกับราคาน้ำมัน WTI ในปัจจุบัน พบว่ามูลค่าน้ำมันดังกล่าว อาจสูงถึง 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

แม้เวเนซุเอลา จะมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่ได้รับการสำรวจแล้วมากที่สุดในโลก แต่การผลิตกลับลดลงอย่างรุนแรง จากการขาดการลงทุนยาวนานหลายทศวรรษ รวมถึงการถอนตัวของบริษัทน้ำมันต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบัน เวเนซุเอลามีสัดส่วนการผลิตไม่ถึง 1% ของอุปทานน้ำมันโลก ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า ต้องใช้เวลาหลายปีและเงินลงทุนอีกหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงจะสามารถฟื้นฟูกำลังการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน เวเนซุเอลายังมีน้ำมันที่ยังไม่ได้ส่งออกสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งในถังเก็บและบนเรือที่ทำสัญญาไว้ นับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มการปิดล้อมเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยบริษัทข่าวกรองด้านการเดินเรือ Kpler ระบุว่า บริษัทน้ำมันของรัฐเวเนซุเอลา มีน้ำมันสำรองอยู่หลายล้านบาร์เรล และอาจประสบปัญหาพื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

 

ฮาริส คูร์ชิด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Karobaar Capital LP กล่าวว่า แม้ตัวเลข 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรลจะดูยิ่งใหญ่ในเชิงการเมือง แต่ในเชิงเศรษฐกิจถือว่ามีขนาดเล็ก และเป็นเพียงการไหลเข้าของอุปทานครั้งเดียว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาด โดยประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่า น้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรนี้ จะถูกลำเลียงด้วยเรือเก็บน้ำมัน และขนส่งตรงไปยังท่าเทียบเรือในสหรัฐฯ โดยรัฐมนตรีพลังงาน คริส ไรต์ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามแผนดังกล่าวในทันที

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า บริษัทใดจะเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการน้ำมันล็อตนี้ และจะอยู่ภายใต้บทบาทของเชฟรอนหรือไม่ ซึ่งเป็นบริษัทสหรัฐฯ รายใหญ่รายสุดท้าย ที่ยังคงผลิตและส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลา ภายใต้ข้อยกเว้นจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งต่อเดลซี โรดริเกซ ผู้นำรัฐบาลชั่วคราวของเวเนซุเอลาว่า เวเนซุเอลาจะต้องร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่เพียงฝ่ายเดียวในการผลิตน้ำมัน และให้สิทธิพิเศษแก่สหรัฐฯ ในการซื้อน้ำมันดิบชนิดหนัก

 

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดพบหารือกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันที่ทำเนียบขาวในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหารือแนวทางฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ โดยการประชุม มีแนวโน้มจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ใครจะเข้าร่วมการประชุมบ้าง ซึ่งการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ที่เป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของทรัมป์ หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ เข้าจับกุมนิโกลัส มาดูโร ผู้นำของเวเนซุเอลา ระหว่างปฏิบัติการในกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

 

การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อ 20 ปีก่อน ท่ามกลางการขาดการลงทุนอย่างยาวนาน ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเสื่อมโทรมอย่างหนัก

 

ทั้งนี้ แหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีต้นทุนการพัฒนาสูงที่สุดในโลก เนื่องจากน้ำมันดิบมีความหนืดและหนัก ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางในการสกัด ขนส่ง และกลั่นให้เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้งานได้ ซึ่งท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับอดีต ราว 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลก จึงมุ่งเน้นไปที่แหล่งสำรองที่มีต้นทุนต่ำและพัฒนาได้ง่ายกว่า

 

ที่มา Bloomberg และ Reuters

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย