เศรษฐกิจเกาหลีใต้ชะลอตัวลงในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา หลังการลงทุนภาคก่อสร้างหดตัวอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันการส่งออกที่อ่อนแรงยังบดบังแรงหนุนการบริโภคภาคเอกชนในประเทศที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยประมาณการเบื้องต้นว่า เศรษฐกิจขยายตัว 1.5% ในช่วงเดือนไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 1.9% และชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 1.8% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบกว่า 1 ปี เมื่อเทียบรายไตรมาส ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ หดตัวลง 0.3% ซึ่งเป็นการชะลอตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2022 สวนทางกับการคาดที่ประเมินว่าจะขยายตัว 0.1% สำหรับทั้งปี โดยเศรษฐกิจเกาหลีใต้ขยายตัวเพียง 1% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ที่เศรษฐกิจหดตัว 0.7% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ข้อมูลจากธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า การลงทุนด้านการก่อสร้างหดตัว 3.9% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากทั้งกิจกรรมก่อสร้างอาคารและงานโยธาชะลอลง ขณะที่การลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ลดลง 1.8% โดยมีสาเหตุหลักจากการส่งมอบอุปกรณ์ขนส่งที่ลดลง ด้านการส่งออกปรับตัวลดลง 2.1% จากไตรมาสก่อน หลังการส่งออกรถยนต์และเครื่องจักรชะลอตัว ภาคการผลิตและการจัดหาสาธารณูปโภค ซึ่งรวมถึงไฟฟ้า ก๊าซ และน้ำ ลดลง 1.5% และ 9.2% ตามลำดับ 
ในทางกลับกัน การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 0.3% จากการใช้จ่ายด้านบริการ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น 0.6% จากการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุข ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการลงทุนของเกาหลีใต้มูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอุตสาหกรรมต่อเรือของสหรัฐฯ และการให้คำมั่นลงทุนเพิ่มเติมอีก 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการที่รัฐบาลทรัมป์ ตกลงลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์จากเกาหลีใต้ลงเหลือ 15% จากเดิม 25% แม้เผชิญความไม่แน่นอนด้านการค้า แต่การส่งออกของเกาหลีใต้โดยรวม ยังคงประคองตัวได้ในปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 709,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.8% จากปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนหลักมาจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งขึ้น 22% ตามความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดด้านภาษียังคงเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มของเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษี 25% กับชิป AI บางประเภทที่นำเข้า เพื่อผลักดันการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในสหรัฐ ขณะที่ฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ผลิตชิปจากเกาหลีใต้และไต้หวัน อาจเผชิญภาษีสูงถึง 100% หากไม่ให้คำมั่นเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ขณะที่ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวลดทอนความกังวลต่อภัยคุกคามดังกล่าว โดยชี้ว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคชาวอเมริกัน ด้านอัตราเงินเฟ้อ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยชะลอลงสู่ระดับ 2.1% ในปีที่ผ่านมา จาก 2.3% ในปี 2024 สอดคล้องกับเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของธนาคารกลาง ทั้งนี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.5% เมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องจากผู้กำหนดนโยบาย ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเงิน ท่ามกลางค่าเงินวอนที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วและกระแสเงินทุนไหลออกที่เร่งตัวขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของเกาหลีใต้ ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเร่งขึ้นเป็น 2% จากประมาณการเดิมในเดือนส.ค.ที่ 1.8% ที่มา CNBC 
|