สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.พ. 69 7:38: น.

 

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 64.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.3%

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 69.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 99 เซนต์ หรือ 1.5%

 

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในวันจันทร์ (9 ก.พ.) หลังจากกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ออกคำแนะนำให้เรือที่ติดธงชาติสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้น่านน้ำของอิหร่าน ระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน

 

*** S&P Global Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดคาดการณ์ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ของจีนในปีนี้ โดยระบุว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในตลาดขั้นต้นมีแนวโน้มจะลดลง 10-14% ในปีนี้ ซึ่งแย่กว่าคาดการณ์เดิมที่ประเมินไว้เมื่อเดือนต.ค. 2025 ว่า ยอดขายในปี 2026 จะลดลง 5-8%

 

*** สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวที่คณะบริหารธุรกิจ Questrom มหาวิทยาลัยบอสตัน ว่า การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ไม่ถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับเฟดในเวลานี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ที่ปรากฏนั้นแทบไม่มีผลต่อเงินเฟ้อผู้บริโภค และจะเริ่มมีนัยสำคัญก็ต่อเมื่อเป็นการอ่อนค่าอย่างรุนแรงเท่านั้น

 

*** องค์การสหประชาชาติ (UN) เผยว่า กำลังรอรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดเวลาและจำนวนเงินสมทบที่สหรัฐฯ ค้างชำระอยู่ ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ให้คำมั่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะเริ่มชำระเงินงวดแรกภายในไม่กี่สัปดาห์

 

สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN แถลงว่า “เราได้เห็นถ้อยแถลงเหล่านั้นแล้ว และเลขาธิการสหประชาชาติได้ติดต่อหารือในประเด็นนี้กับเอกอัครราชทูต (ไมค์) วอลต์ซ มาระยะหนึ่งแล้ว”

 

*** อเล็กซานเดอร์ กรูชโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าว Izvestia ว่า การทำข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี จะต้องคำนึงถึงหลักประกันด้านความมั่นคงของรัสเซียด้วย “เรายอมรับว่าข้อตกลงสันติภาพในยูเครนจำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของยูเครน แต่ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็คือ ผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัสเซีย”

 

*** สำนักข่าว Politico รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 3 ราย เผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเม.ย. เพื่อหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน

 

*** นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวชื่นชมการสนับสนุนที่เธอได้รับอย่างแข็งแกร่ง หลังชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย พร้อมให้คำมั่นว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดการเงิน ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนสำหรับนโยบายลดภาษี

 

ในการแถลงข่าวครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ หลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คว้าชัยชนะการเลือกตั้ง ทาคาอิจิยอมรับถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับแผนการลดภาษีสำหรับสินค้าอาหารเป็นเวลา 2 ปี พร้อมย้ำว่าจะหลีกเลี่ยงการออกพันธบัตรเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินสนับสนุนนโยบายดังกล่าว และจะมองหารายได้หรือการประหยัดงบประมาณจากช่องทางอื่น ๆ รวมถึงการทบทวนเงินอุดหนุนและการยกเว้นภาษี โดยยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความยินดีกับนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของเธอคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ ยังคาดหวังว่า ทาคาอิจิจะเดินหน้าตามคำมั่นลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์

 

 

*** Alphabet บริษัทแม่ของ Google เข้าระดมทุนในตลาดตราสารหนี้คุณภาพสูงของสหรัฐฯ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 ก.พ.) จากข้อมูลของ International Financing Review (IFR) ระบุว่า บริษัทออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่ไม่มีหลักประกัน มูลค่ารวม 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็น 7 ชุด

 

การออกหุ้นกู้ดังกล่าวยังสะท้อนถึงกระแสการกู้ยืมผ่านการออกตราสารหนี้ของบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะทำให้ปีนี้เป็นปีที่มีการออกหุ้นกู้ทำสถิติสูงสุด

 

*** ตลาดสินเชื่อภาคเอกชนกำลังเผชิญความไม่แน่นอนระลอกใหม่ หลังเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มสร้างแรงกดดันต่อบริษัทซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้กู้รายใหญ่ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เผชิญแรงกดดันจากการที่ Anthropic เปิดตัวเครื่องมือ AI ใหม่ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นของผู้ให้บริการข้อมูลด้านซอฟต์แวร์

 

*** Novo Nordisk บริษัทเทเลเฮลท์สัญชาติสหรัฐฯ ยื่นฟ้องบริษัท Hims and Hers Health ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร หลังจากเปิดตัวยาลดน้ำหนักที่ลอกเลียนแบบยา Wegovy ในราคา 49 ดอลลาร์ ก่อนจะยกเลิกในเวลาต่อมา ภายหลังถูกองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) คัดค้านอย่างหนัก ส่งผลให้หุ้น Novo Nordisk ปรับตัวขึ้น 5% ขณะที่หุ้น Hims ร่วงลง 20%

 

*** BYD ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ โดยคัดค้านการใช้อำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้า และเรียกร้องให้มีการคืนเงินภาษีทั้งหมดที่บริษัทได้ชำระไปตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025 ตามเอกสารของศาล

 

การฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นคดีแรกที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนยื่นฟ้องเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทหลายพันแห่งทั่วโลกซึ่งมีการดำเนินงานในสหรัฐฯ ได้ยื่นคำร้องในลักษณะเดียวกัน เพื่อคัดค้านการที่ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ในการเรียกเก็บภาษี

 

*** Target Corp. ระบุว่าจะปรับลดตำแหน่งงานประมาณ 500 ตำแหน่ง เพื่อปรับกระบวนการดำเนินงานให้คล่องตัวมากขึ้น โดยบริษัทระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในร้านค้า เอกสารบันทึกภายในบริษัทระบุว่า การปรับโครงสร้างจะทำให้มีการยกเลิกตำแหน่งงานประมาณ 400 ตำแหน่งในฝ่ายงานซัพพลายเชน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถจัดสรรงบประมาณไปสนับสนุนพนักงานหน้าร้านได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ บันทึกอีกฉบับ ยังระบุว่า Target จะลดตำแหน่งงานอีกประมาณ 100 ตำแหน่งในสายงานสนับสนุนร้านค้า รวมถึงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตอาวุโส เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคลประจำหน่วยธุรกิจ และผู้ประสานงานด้านอาหารและเครื่องดื่ม

 

*** Sony Corporation ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทตัดสินใจถอนตัวจากตลาดเครื่องบันทึกแผ่นบลูเรย์ เนื่องจากการแพร่หลายของบริการสตรีมมิ่งได้ทำให้ความต้องการลดลงอย่างมาก โดยจะเริ่มจัดส่งสินค้ารอบสุดท้ายตั้งแต่เดือนก.พ. เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ Sony ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มบริษัท ได้ยุติการผลิตเครื่องบันทึกบลูเรย์ไปแล้ว และหยุดการผลิตแผ่นดิสก์ ตั้งแต่เดือนก.พ. 2025 ขณะที่เครื่องเล่นบลูเรย์ จะยังคงมีการจัดส่งต่อไปในระหว่างนี้

 

*** กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ระบุในรายงานประมาณการขั้นสุดท้ายว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2026 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 2–4% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเบื้องต้นที่ 1–3% ขณะที่เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัว 6.9% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าทั้งตัวเลขคาดการณ์ที่ 6.5% จากผลสำรวจของบลูมเบิร์ก และประมาณการล่วงหน้าของรัฐบาลที่ 5.7%

 

*** หุ้น Oracle บริษัทซอฟต์แวร์ายใหญ่ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันจันทร์ หลังบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เร่งเพิ่มรายจ่ายฝ่ายทุน (capex) ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากกระแสข่าวด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจมีต่อบริษัท

 

หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นถึง 12% ในการซื้อขายระหว่างวัน ซึ่งเป็นการปรับขึ้นระหว่างวันที่แรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. 2025 หลังจาก Amazon.com Inc. ให้คำมั่นว่าจะใช้เงินลงทุน 200,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้สำหรับสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป และอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น Oracle ยังคงลดลงราว 50% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดในเดือนก.ย.

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju