ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนอิหร่านว่าจะต้องทำข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ และมีความเป็นไปได้ว่า ทรัมป์จะกำหนดเส้นตายไม่เกิน 10-15 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ อาจดำเนินการบางอย่าง ด้านอิหร่านออกมาตอบโต้ เล็งโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค หากถูกสหรัฐฯ เล่นงาน ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมการด้านสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตันว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิ.ย. ได้ทำลายศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านไปมาก และอาจจำเป็นต้อง ยกระดับอีกขั้นหรืออาจไม่ต้องก็ได้ โดยระบุว่าจะทราบความชัดเจนภายใน 10 วัน ก่อนจะขยายความเพิ่มเมื่อผู้สื่อข่าวถาม โดยระบุว่า เวลาเท่านั้นก็มากพอ 10–15 วันน่าจะเป็นกรอบเวลาสูงสุด อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากย้ำเตือนถึงสิ่งที่เลวร้ายอย่างยิ่ง หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจำเป็นต้องทำข้อตกลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทางด้านอิหร่านส่งหนังสือถึงนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าไม่ได้ต้องการเริ่มสงคราม แต่หากถูกโจมตีทางทหารจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและได้สัดส่วนตามสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง โดยเตือนว่าฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินของฝ่ายปรปักษ์ในภูมิภาคจะเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม และสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ คำขู่ของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางความเห็นต่างในการเจรจานิวเคลียร์ครั้งล่าสุดที่สวิตเซอร์แลนด์ และส่งผลให้ราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน รัสเซียได้ส่งเรือรบเข้าร่วมการซ้อมรบทางทะเลกับอิหร่านในอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก 
ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 2% เมื่อคืนที่ผ่านมา สูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 66.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.24 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 71.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.31 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านเข้าร่วมแนวทางสันติภาพกับสหรัฐฯ โดยย้ำว่าอิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ และตะวันออกกลางจะไม่มีวันสงบ หากอิหร่านมีอาวุธดังกล่าว แม้อิหร่านจะยืนกรานว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนเองนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานอย่างสันติ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นระหว่างการประกาศเปิดตัวคณะกรรมการด้านสันติภาพ ซึ่งเดิมเสนอขึ้นเพื่อยุติสงครามอิสราเอล-ฮามาสในฉนวนกาซา ก่อนขยายบทบาทไปสู่การจัดการความขัดแย้งทั่วโลก ทำให้พันธมิตรตะวันตกบางประเทศเลือกไม่เข้าร่วม ก่อนหน้านี้ รัสเซียออกมาเตือนถึงการยกระดับความตึงเครียดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนรอบอิหร่าน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ ท่ามกลางการเสริมกำลังทหารของสหรัฐฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนมี.ค. โดยสหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบ และเครื่องบินรบเข้าสู่ภูมิภาค หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์และฐานทัพบางแห่งของอิหร่านเมื่อเดือนมิ.ย. 2025 สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด รวมถึงยุติโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล หยุดสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง และยุติการใช้กำลังปราบปรามการประท้วงภายในประเทศ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธการหารือประเด็นอื่นที่นอกเหนือจากประเด็นนิวเคลียร์ และถือว่าการจำกัดขีปนาวุธเป็นเส้นแดง ที่มา Reuters 
|