| คาดกำไร 1Q69 ลดลง y-y แต่สูงขึ้น q-q 1Q69 คาดกำไร 131 ลบ. -42.9%y-y ยังกังวลเรื่องการหยุดบางสายการผลิตที่ต่อเนื่องมาถึงช่วงกลางไตรมาสหนึ่ง กดดันรายได้รวมอ่อนตัว ขณะที่ค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้น และต้นทุนทองแดงสูงขึ้นกดดัน GPM ยังอยู่ระดับต่ำ ส่วนแผนลดต้นทุนยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนเร็ว คาดว่า GPM จะค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้นในช่วง 2H69 ปัจจุบันยังคงคำแนะนำ "ขาย" . คาดกำไร 1Q69 ลดลง y-y แต่สูงขึ้น q-q : 1Q69 คาดกำไร 131 ลบ. -42.9%y-y +6.4%q-q ยังกังวลการหยุดสายการผลิตเพื่อปรับปรุงเครื่องจักรใหม่ในช่วง กลาง ธ.ค. 68 - กลาง ก.พ. 69 ทำให้รายได้และกำลังการผลิตลดลง ขณะที่ค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้นที่ 31.6 บาท/ดอลลาร์ มองค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าลงในช่วงปลายไตรมาสหนึ่งยังช่วยได้ไม่เต็มที่ และต้นทุนทองแดงที่สูงขึ้นยังคงกดดัน GPM อยู่ในระดับต่ำที่ 18.0% เทียบจากที่เคยทำได้ในช่วง 19-24% . ภาพรวมยานยนต์ยุโรปยังไม่ฟื้นตัว : แม้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ของ Battery Electric และ Hybrid electric ในกลุ่มประเทศ EU จะเติบโตขึ้น โดดเด่นสุดเป็นแบรนด์ BYD 2M to date +180%y-y เป็นคู่แข่งรายสำคัญต่อผู้ผลิตสัญชาติยุโรปที่เป็นคู่ค้าหลักของ KCE ในขณะที่ยานยนต์สันดาปชะลอตัวลงมากกว่า ให้ภาพรวมยอดจดทะเบียนยังไม่ฟื้นตัว 2M to date -1.2%y-y . ฟื้นตัวในช่วง 2H69 : ในช่วง 1Q69 แผนลดต้นทุนอาจไม่สามารถชดเชยปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนเร็ว คาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัวได้ในช่วง 2H69 ราคาพื้นฐาน 17.40 บาท คงคำแนะนำ “ขาย” ทศวรรณ ธรรมสุข, นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ #108515
|