CKP เผยปี 68 มีกำไรดำเนินงาน 2,323 ลบ. โต 81% - ปันผลอีก 0.088 บ./หุ้น

รูป CKP เผยปี 68  มีกำไรดำเนินงาน 2,323 ลบ. โต 81%  - ปันผลอีก  0.088 บ./หุ้น

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.พ. 69 8:32: น.

 

CKP เปิดผลงานปี 68 มีกำไรจากการดำเนินงานที่ 2,323 ลบ. โต 81% รับผลงานโรงไฟฟ้า ไซยะบุรี - น้ำงึม2 หนุน พร้อมจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.088 บ./หุ้น XD 7 พ.ค.69 ฟากปี 69 แนวโน้มสดใสต่อ หลังปริมาณน้ำ 2 โรงไฟฟ้าหลักสูงกว่าปีก่อน



นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 โดยมีข้อมูลที่สำคัญดังนี้

 

- กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,781.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,437.3 ล้านบาท 106.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

 

- กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ไม่รวมกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 81% จากปีก่อน

 

 

- รับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,214 ล้านบาท หรือ 202% จากปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 68 ที่มากกว่าปีก่อนถึง 7% ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก

- บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ก็มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดย NN2 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291 ล้านบาท หรือ 7% จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนก.ค.ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในภาพรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง

- รายได้รวมในปี 68 ลดลง 1.4% สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของ BIC ลดลง เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงประกอบกับราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยและค่า Ft ขายปลีกเฉลี่ยในปี 68 ลดลง ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าในส่วนของ Energy Payment อัตราค่าไฟฟ้าที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และค่าไอน้ำต่อหน่วยของ BIC ปรับลดลง YoY

- คณะกรรมการมีมติ จ่ายปันผลเป็นเงินสดจำนวน 0.088 บ./หุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 7 พ.ค.69 วันที่จ่ายปันผล 22 พ.ค. 69

 

ปี 69 น้ำมากกว่าปีก่อน ดีต่อ NN2 - XPCL

 

- ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 69 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือนม.ค.มากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 69 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย

 

- XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือนม.ค.สูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนม.ค.ต่อเนื่องถึงเดือนก.พ. ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนธ.ค. 68 อยู่ที่ 65% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้

 

- ฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 68 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 67 สาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) และผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 68 ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/68 และเงินสดจากการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า

 

- อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

- หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

 


- ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่มีความท้าทายทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการประเมินจากเวทีทั้งในประเทศและระดับสากลตามมาตรฐานความยั่งยืน อาทิ ASEAN CG Scorecard และนิตยสาร The Asset ซึ่งสะท้อนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับเอเชีย

 

- CKPower ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ "AAA" ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุนจากสถาบันไทยพัฒน์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และการยกระดับความพร้อมขององค์กรด้านบุคลากร เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย