ดาวโจนส์ปิดลบ 66 จุด หลังจ้างงานสหรัฐฯ แกร่ง ลดความหวังเฟดหั่นดอกเบี้ย

รูป ดาวโจนส์ปิดลบ 66 จุด หลังจ้างงานสหรัฐฯ แกร่ง ลดความหวังเฟดหั่นดอกเบี้ย

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ก.พ. 69 6:39: น.

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทรงตัวในวันพุธ (11 ก.พ.) โดยดัชนีดาวโจนส์และแนสแดคลดลงเล็กน้อย ขณะที่ S&P 500 แทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังสหรัฐฯ เผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรแข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งคลายความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

 

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,121.40 จุด ลดลง 66.74 จุด หรือ +0.13%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,941.47 จุด ลดลง 0.34 จุด หรือ 0.00% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 23,066.47 จุด ลดลง 36.01 จุด หรือ -0.16%

 

ดัชนีทั้งสามเริ่มต้นการซื้อขายในแดนบวก โดย S&P 500 และแนสแดคแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ หลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่ง สูงกว่าผลสำรวจของดาวโจนส์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3%

 

แรงบวกเริ่มแผ่วลงเมื่อนักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย ข้อมูลล่าสุดจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า แม้นักลงทุนยังคงคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในเดือนมิ.ย. แต่โอกาสที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 41% จาก 24.8%

 

จูเลีย เฮอร์มันน์ นักกลยุทธ์ตลาดโลกของ New York Life Investments กล่าวว่า นักลงทุนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยได้ค่อนข้างดี โดยมองว่ารายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจ “ถือเป็นข่าวที่ดี เพราะหมายความว่าเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในภาวะที่จำเป็นต้องพึ่งพาการลดดอกเบี้ยอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวใหม่ ๆ ประเด็นคือ ความสมดุลระหว่างการจ้างงานที่แข็งแกร่งพอที่จะสะท้อนความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ร้อนแรงจนเกินไปจนให้ความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคตสะดุดลง”

 

หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มบริการทางการเงินและกลุ่มสื่อสารลดลงกว่า 1% ขณะที่กลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.6% ตามด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น 1.4%

 

กลุ่มเทคโนโลยีเคลื่อนไหวผสมผสาน หุ้นชิปปรับขึ้นแรง ขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ร่วงลงหลังปรับขึ้นต่อเนื่องสามวัน ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย พุ่งขึ้น 2.3% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ใน S&P 500 ปิดลบ 2.6%

 

นักลงทุนยังจับตารายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์นี้

 

 

ภาพรวมหุ้นรายตัว

- หุ้น IBM ร่วงแรงที่สุดในดาวโจนส์ ปิดลบ 6.50%

- หุ้น Caterpillar ปิดพุ่ง 4.4% บวกมากสุดในดาวโจนส์ หลัง Argus Research ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 820 ดอลลาร์ จากเดิม 625 ดอลลาร์

- หุ้น Microsoft ลดลง 2.2% ฉุดดัชนี S&P 500 มากสุด รองลงมาคือ หุ้น Alphabet ปิดลบ 2.4% และกดดันหุ้นกลุ่มสื่อสาร

- หุ้นกลุ่มโบรกเกอร์ยังร่วงต่อเนื่อง หุ้น Charles Schwab และ Ameriprise Financial ร่วงกว่า 3% หลังสตาร์ทอัพ Altruist เปิดตัวฟีเจอร์วางแผนภาษีที่ใช้ AI ขณะที่หุ้น LPL Financial ลดลง 6% กดดันดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารใน S&P 500 ปิดลบ 2.6%

- หุ้น Robinhood ร่วง 8.9% มากที่สุดในกลุ่มบริการทางการเงิน หลังเผยรายได้ไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด

- หุ้น Generac พุ่งขึ้น 17.9% สูงสุดใน S&P 500 หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4

- หุ้น Humana ลดลง 3.3% หลังคาดการณ์กำไรปี 2026 ต่ำกว่าประมาณการของวอลล์สตรีท

- หุ้น Moderna ลดลง 3.5% หลังองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ไม่พิจารณาอนุมัติวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของบริษัท

 

ภาพรวมการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายรวมในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 20,860 ล้านหุ้น ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 20 วัน ที่ 20,790 ล้านหุ้น

- จำนวนหุ้นบวกมีมากกว่าหุ้นลบในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ในสัดส่วน 1.13 ต่อ 1 โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 884 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 147 ตัว

- ตลาดหุ้นแนสแดค มีหุ้นลบ 2,937 ตัว และบวก 1,826 ตัว คิดเป็นสัดส่วน 1.61 ต่อ 1

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 99 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 24 ตัว ส่วนดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 123 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 232 ตัว

 

ที่มา Reuters

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju