พรรคเพื่อไทย นำทีม “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายก เข้าหารือ ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานแรก วางเกมยกระดับอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ชูแนวทางยกระดับการผลิตขั้นสูง ชี้รัฐต้องเป็นหัวขบวนลงทุนเทคโนโลยี สร้างองค์ความรู้-ทักษะแรงงาน ดัน SME แข่งขันระดับโลก
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้เข้าหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นหน่วยงานแรก เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและเพิ่มขีดแข่งขันประเทศ โดยมีแนวทางยกระดับการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งภาครัฐบาลสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ลงทุนจัดหาลิขสิทธิ์เทคโนโลยี (License-in) และถ่ายถอดให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตได้เอง เพื่อให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างภายในประเทศ และต่อยอดสู่การวิจัยและพัฒนา (R&D)
โดยเห็นตัวอย่างได้จาก "ไต้หวัน"เมื่อมีการลงทุนจากต่างชาติจะต้องหารือร่วมกับศูนย์ส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์ (Science Park) เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) โดยคนไทยจำเป็นต้องมีทักษะทั้ง Upskill และ Reskill ซึ่งสามารถดึงผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามา ผ่านระบบครบวงจร(One-stop Service) และการปรับปรุงกฎและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกรวมถึงสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ ได้ทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่
ทั้งนี้หลังจากได้รับฟังแนวทางส.อ.ท. อยากให้เร่งแก้ไข พบว่าแนวทางดังกล่าวทั้งเรื่องปัญหารากหญ้า หนี้ ซึ่งอยากให้ฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงปัญหาการจัดการน้ำ หรือการบริหารความเสี่ยงต่างๆ และการผลักดันให้เกิดพลังงานสีเขียว
โดยสรุปคือ สิ่งที่ต้องเร่งปรับปรุงและพัฒนา คือตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและเพิ่มมูลค่าในทุกรูปแบบ ซึ่งสิ่งที่ยั่งยืนคือองค์ความรู้และทักษะของคนไทย เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง คือสิ่งสำคัญ และต้องทำให้ธุรกิจ SME ที่เป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นตัว
รวมถึงการทำให้ต่างประเทศมีมุมมองต่อไทย ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพเป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ หรือแม้แต่การสื่อสาร และระบบโลจิสติกส์ เพื่อดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน นอกจากนี้การสร้างนวัตกรรม โดยมีแนวทางเสริมให้กับกลุ่มสตาร์ทอัพ หรือ SME ในไทย นอกจากนี้การเพิ่มสินค้ากรีนพรีเมี่ยม ซึ่งในปีหน้าคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
"แนวทางช่วยเหลือหรือส่งเสริม อุตสาหกรรมที่ถือว่าเป็นคีย์หลักของ ส.อ.ท. ตรงกับแนวทางของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ซึ่งเราจะนำข้อเสนอต่างๆ วันนี้ไปทำให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถทำได้เลย สิ่งสำคัญคือคนไทยต้องสามัคคีมองไปข้างหน้า ซึ่งทุกพรรคการเมืองต้องมองประชาชนเป็นที่ตั้ง โครงการพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลควรอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนมุ่งไปข้างหน้า แข็งขันได้" นายยศชนันกล่าว

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ได้นำเสนอกับพรรคเพื่อไทยว่า ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ซึ่ง Disruption อุตสาหกรรมพื้นฐาน ซึ่ง ส.อ.ท. อยากเห็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้สามารถแข็งขันได้ หรือที่เรียกว่าอุตสหกรรมแห่งอนาคต
นอกจากนี้ปัญหาเรื่องสงครามการค้า การสวมสิทธิ์ การขนถ่ายสินค้า ซึ่งกระทบธุรกิจ SME ไปแล้ว 24 กลุ่มอุตสาหกรรม จากทั้งสิ้น 47 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งหากปล่อยให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้น จะทำให้ภาคธุรกิจเสียความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านหรือคู่แข่ง ด้านค่าเงินบาทแข็งค่า สิ่งเหล่านี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอปัญหาไปกับพรรคเพื่อไทยแล้ว
"เรื่องปากท้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เรารอไม่ได้ ผลกระทบจากภาคเศรษฐกิจ ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง หนี้ภาคธุรกิจ SME ที่ยังสูง ซึ่งรัฐบาลที่มาใหม่ต้องทำทันที" นายเกรียงไกรกล่าว
 |