`คลัง-ธปท.-กทม.` จัดประชุม IMF-World Bank โชว์ศักยภาพศก.ไทย - สร้างภูมิคุ้มกันระบบการเงินดิจิทัล

รูป `คลัง-ธปท.-กทม.` จัดประชุม IMF-World Bank โชว์ศักยภาพศก.ไทย - สร้างภูมิคุ้มกันระบบการเงินดิจิทัล

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ม.ค. 69 9:36: น.

 

คลัง - ธปท.-กรุงเทพมหานคร ประกาศความพร้อมในการจัดการประชุม IMF - World Bank Group  โชว์ศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการประชุม และเศรษฐกิจ  คาดจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน ฟากธปท.ใช้เวทีนี้ ปูทาง สร้างภูมิคุ้มกันใหม่ให้ระบบการเงินดิจิทัลมีความปลอดภัย มั่นคง และ เข้าถึงได้

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร ประกาศความพร้อมในการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และ กลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 เพื่อสนับสนุนความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อบทบาท และ ศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการประชุม และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และ การเงินระดับนานาชาติ

 

ซึ่งการประชุมฯ ครั้งนี้เป็นเวทีด้านเศรษฐกิจการเงินระดับนานาชาติ ที่มีความสำคัญในการกำหนดกรอบความร่วมมือและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจการเงินโลก โดยจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน และ ผู้แทนภาคประชาสังคม จากประเทศสมาชิก 191 ประเทศ ร่วมหารือในประเด็นสำคัญ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงินการคลัง การลดความยากจน และ แนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน

 

“การที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในหลายมิติ ในระยะสั้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านภาคการท่องเที่ยว และ การบริการ ในระยะกลาง และ ระยะยาว จะเป็นโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนให้มองเห็นความน่าสนใจของกรุงเทพมหานคร และประเทศไทย ผ่านการสะท้อนศักยภาพ มาตรฐาน และ ความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง และ บุคลากร อีกทั้งได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงบทบาทของไทยในการสร้างเสถียรภาพ และ ส่งเสริมความยั่งยืนของเศรษฐกิจโลกภายใต้กติกาสากล นำมาสู่ความร่วมมือพหุภาคี ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่คนไทยจะได้สะท้อนบริบททางวัฒนธรรมผ่านการต้อนรับที่อบอุ่น และ เป็นเอกลักษณ์”นายเอกนิติ กล่าว

 

สำหรับประเทศไทยได้กำหนดแนวคิดหลักในฐานะประเทศเจ้าภาพ คือ “Thailand’s New Horizons : Empowering People , Building Resilience” โดยแนวคิดนี้สะท้อน New Horizons หรือ ขอบฟ้าใหม่ของไทย จากการเปลี่ยนแปลงตลอด 35 ปีที่ผ่านมา นับจากการเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ครั้งแรกในปี 2534 ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของการพัฒนา ไม่อาจวัดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตที่เข้มแข็งจากภายใน ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง และ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

   

ในมิติของ Empowering People รัฐบาลไทยเชื่อมั่นว่า คน คือ หัวใจสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ เพราะคนที่เข้มแข็งจะเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ ระบบเศรษฐกิจที่ดี จะต้องเป็นประโยชน์ และ เกื้อหนุนประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ในมิติของ Building Resilience ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศใน ทุกมิติ เช่น เศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน สิ่งแวดล้อม และ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

 

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับความร่วมมือแบบ “ภาครัฐ–ภาคเอกชน” ในฐานะเจ้าภาพร่วม โดยจะเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม รวมถึงการจัดงานต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นที่แห่งการระดมสมอง นำเสนอนวัตกรรม และ ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons : Empowering People, Building Resilience” ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงการคลังได้เริ่มหารือกับภาคเอกชน

 

รวมถึงในกรอบคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. และ ในเวทีนานาชาติอย่าง World Economic Forum นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้จัดทำกลไกประสานงานระหว่างภาครัฐ และ ภาคเอกชน ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้ ที่กระทรวงการคลัง เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ได้สะท้อนเสียงจากประชาชนทุกภาคส่วน และ เป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย

 

  

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และ กลุ่มธนาคารโลก เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญ ในการหารือประเด็นความท้าทายทางเศรษฐกิจการเงินที่เป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ในส่วนของภาคการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมผลักดันแนวคิด “Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing” เพื่อมุ่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ให้ระบบการเงินดิจิทัลมีความปลอดภัย มั่นคง และ เข้าถึงได้ โดยครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การลดภัยทุจริต ทางดิจิทัล การเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ และ การพัฒนาความพร้อมของระบบนิเวศดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของประชาชนทุกกลุ่ม

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภัยทุจริตทางดิจิทัลเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ขณะที่งานวิเคราะห์วิจัยในเรื่องนี้ และแนวปฏิบัติ ที่มีประสิทธิผล รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับปัญหายังมีไม่มากนัก ซึ่งในส่วนของไทย และ ประเทศในภูมิภาคเอเชียอาจมีประสบการณ์ และ บทเรียนเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปใช้ออกแบบแนวปฏิบัติให้เป็นสากลได้

 

จึงได้หารือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ ธนาคารโลก (World Bank Group) เพื่อผลักดันให้เกิดแนวทางการลดภัยทุจริตทางดิจิทัล เพื่อปกป้องผู้บริโภค และ รักษาความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ทั้งนี้ ในห้วงของการประชุมฯ ทาง IMF และ World Bank Group จะมีบทบาทในการนำเสนอองค์ความรู้ที่จะช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และ ทั่วถึง อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีของประชาชน และ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครมีความภาคภูมิใจ ที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนบทบาทของเมืองที่มีศักยภาพในทุกมิติ สำหรับการจัดงานประชุมระดับโลก ทั้งระบบคมนาคม และ โครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางที่สะดวก และ มีประสิทธิภาพความพร้อมด้านที่พัก ความปลอดภัย การบริการ ตลอดจนระบบสาธารณสุข และ บริการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ ที่สำคัญ คือ พลังของผู้คน และ วัฒนธรรมการต้อนรับที่อบอุ่นของคนไทย ที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย