ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่า จะยกเลิกมาตรการภาษีที่บังคับใช้กับอินเดีย เพื่อแลกกับข้อตกลงที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จะยุติการสั่งซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศที่ดำเนินมาหลายเดือน ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียลงเหลือ 18% จากเดิม 25% นอกจากนี้ ยังจะยกเลิกภาษีเพิ่มเติมอีก 25% ที่บังคับใช้เพื่อตอบโต้การที่อินเดียซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย พร้อมระบุด้วยว่า อินเดียจะเดินหน้าลดทั้งภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีต่อสหรัฐฯ ลงเหลือศูนย์ และจะซื้อพลังงาน เทคโนโลยี สินค้าเกษตร ถ่านหิน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากสหรัฐฯ รวมมูลค่ามากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ยืนยันข้อตกลงดังกล่าว โดยโพสต์ว่า สินค้าที่ผลิตในอินเดีย จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่ลดลงเหลือ 18% แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นน้ำมันหรือการนำเข้าสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวสำหรับรัฐบาลอินเดีย โดยอินเดียซึ่งเดิมไม่ได้เป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียรายสำคัญ ได้กลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ หลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 เมื่อทิศทางการค้าโลกเปลี่ยนไปและส่วนลดราคาน้ำมันจูงใจมากขึ้น โดยความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการตัดทอนการส่งออกน้ำมันของรัสเซียไปยังอินเดีย ทำให้ปริมาณการขนส่งชะลอลง แต่ไม่ได้หยุดลงโดยสิ้นเชิง 
ในเดือนต.ค. ปีที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศว่า อินเดียตกลงจะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซียแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อยังไม่มีข้อตกลงการค้าที่เป็นรูปธรรม โรงกลั่นของอินเดียยังคงเดินหน้าซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ส่งผลให้สหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย ได้แก่ Rosneft PJSC และ Lukoil PJSC ทำให้ความต้องการลดลงมากขึ้น ตัวเลขภาษีใหม่ดังกล่าว ถือเป็นการผ่อนคลายแรงกดดันอย่างมากต่ออินเดีย ซึ่งพยายามเจรจาขอลดอัตราภาษีกับสหรัฐฯมานานหลายเดือน โดยอินเดียส่งออกสินค้าเกือบ 1 ใน 5 ของทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ และภาษีของทรัมป์ที่ระดับ 50% ก่อนหน้านี้ นับว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้ารายใหญ่รายอื่น ๆ การลดภาษีจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดของอินเดียในฐานะฐานการผลิตทางเลือกแทนจีน โดยชิลาน ชาห์ รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่ของ Capital Economics ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจช่วยหนุนการเติบโตของ GDP อินเดียในปีนี้ราว 0.2-0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ ทำให้อัตราการขยายตัวเข้าใกล้ระดับ 7% เทียบกับคาดการณ์ปัจจุบันของ Capital Economics ที่ 6.5% สำหรับปี 2026 และ 2027 นอกจากนี้ ยังระบุถึงมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่แม้หลายฝ่ายในอินเดียต้องการคงสถานะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่หากการฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ยืนยาว อินเดียมีแนวโน้มจะขยับเข้าใกล้กลุ่มสหรัฐฯ มากขึ้น ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย และภาษีใหม่ได้กระทบอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอ เครื่องหนัง รองเท้า และเครื่องประดับ โดยข้อมูลการค้าล่าสุดชี้ว่า การส่งออกในเดือนต.ค. ลดลงเกือบ 12% เมื่อเทียบรายปี ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่มา Bloomberg 
|