| บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MEGA | 41.6 | ธุรกิจในต่างประเทศฟื้นตัว เราคาดกำไรปี69 โต 13% นำโดยธุรกิจที่เมียนมาร์ ฟื้นตัวหลังจากหดตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่กำไรปี 68-73 โตเฉลี่ย 9% (CAGR) จากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นขณะที่เงินปันผล 4-5% ในปี69-70 ผสาน PE’69 ที่ 16.5 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ 18.3 เท่า ช่วยจำกัดDownside |
| ITC | 18.6 | บาทอ่อน กอปรงบ Q4 แข็งแกร่ง ค่าเงินบาทอ่อนค่า 1.4%WoW สอดคล้องกับ Dollar Index ที่แข็งค่าขึ้น หลัง Kevin Warsh ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธาน FED คนต่อไป ซึ่งมีท่าที hawkish ต่อนโยบายการเงิน หนุนกลุ่มส่งออก อย่าง ITC เราคาดกำไร 4Q68 ที่ 801 ลบ. (ทรงตัว YoY, +2%QoQ) แนวโน้มดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า โดยกำไรที่โต QoQ หนุนจาก สันส่วนสินค้า Premium ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าจากสหรัฐ หนุนอัตรากำไร |
| บล.กรุงศรี |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MTC | 58 | i.) จิตวิทยาบวกภาวะสหรัฐฯ Risk-Off ถ่วง US Bond Yield -12 bps และเงินเฟ้อไทยยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย BOT ถ่วง TH Bond Yield -9 bps ii.) กระแส Election Play หนุนเศรษฐกิจก่อน - หลังเลือกตั้ง |
| KTC | 42 | i.) จิตวิทยาบวกภาวะสหรัฐฯ Risk-Off ถ่วง US Bond Yield -12 bps และเงินเฟ้อไทยยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย BOT ถ่วง TH Bond Yield -9 bps ii.) กระแส Election Play หนุนเศรษฐกิจก่อน - หลังเลือกตั้ง |
| CPALL | 80 | i.) ปัจจัยเร่งหลายด้านชัดเจนขึ้น ทั้งภาคบริการหนุนการฟื้นตัวต้นปี ยอดขายสาขาเดิม ม.ค. 26 เริ่มพลิกเป็นบวก y-y ii.) จิตวิทยาบวก Yield ลง น้ำมันลง และ iii.) กระแส Election Play หนุนเศรษฐกิจก่อน - หลังเลือกตั้ง |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MTC | 46 | แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท เราคาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.74 ลบ. +1% q-q, +13% y-y หนุนจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทและน่าจะชดเชยแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ ด้านสินเชื่อยังเติบโตได้แข็งแกร่ง Double Digit y-y ส่วนคุณภาพสินทรัพย์มีพัฒนาการเชิงบวก NPL Ratio ลดลงต่อเนื่อง |
| บล.พาย |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MTC | 48 | แม้เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ การควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย ทำให้แรงกดดันด้านสำรองหนี้ฯ คลายตัวลง การขยายสินเชื่อต่อเนื่อง 2 หลัก ในปี 2025-26 และได้อานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยลดลงที่คาดเห็นต้นทุนการเงินลดลงในปี 2026 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่ง 14%/13% ใน 2025-26 และควบคุมหนี้เสียได้ตามเป้าหมาย |
| BDMS | 26 | EBITDA Margin คาดยังสามารถทรงตัวระดับสูงที่ 24-25% ส่วนผลกระทบจากการเลิกขายประกันเหมาจ่ายคาดอยู่ในวงจำกัด จากข่าวบริษัทประกันมีแผนยกเลิกจำหน่ายกรมธรรม์เหมาจ่ายตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2026 เป็นต้นไป คาดผลกระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลจำกัดโดยฉบับใหม่จะบังคับใช้ Copayment โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมการเบิกจ่ายที่เกินความจำเป็นเช่นในฉบับหลัง 31 มี.ค. 2025 |
| บล.เคจีไอ |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| WHA | 3.8 | ประเมิน Sentiment บวกจาก Data center และการลงทุนที่รอปลดล๊อคจะเร่งตัวขึ้นหลังการเลือกตั้ง เราประเมินแนวโน้มกำไร 4Q68 จะเร่งตัวขึ้นจากการโอนที่ดินนิคมฯ รวมทั้งประเมินโครงการที่ขอ BOI ไว้จำนวนมาก (+/- 2 ล้านล้านบาทในปีก่อน) รอปลดล๊อค โดยเฉพาะโครงการ Data center ที่จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานใน 1-2 ปีข้างหน้า ทั้งธุรกิจนิคมฯและสาธารณูปโภค |
| KTC | 31 | ประเมิน Sentiment บวกหลัง Bond yield ลงแรง เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้จะโตต่อเนื่อง YoY จากต้นทุนเงินทุนที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และประเมินความเสี่ยง NPL น้อยกว่ากลุ่มฯ รวมทั้งประเมินความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะเริ่มฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง |
| CPALL | 57 | ประเมินการท่องเที่ยวฟื้นตัวหนุนยอดขายทั้งร้านสะดวกซื้อและสินค้า Horeca เราประเมินการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว (โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน) จะหนุนยอดขายร้านสะดวกซื้อ รวมถึงสินค้ากลุ่ม Horeca (สินค้าที่ SME ธุรกิจ F&B / โรงแรม นำไปประกอบธุรกิจต่อ) ของ CPAXT รวมทั้งคาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะเริ่มฟื้นจากการเลือกตั้ง |
| บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BCH | 10.5 | BCH คาดว่ารายได้จะเติบโต 5% yoy ในปี FY26 เพราะจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางฟื้นตัวช้า รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยจากตะวันออกกลางและกัมพูชา ลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน 9M25 จึงน่าจะทำให้มี downside จำกัด |
| KTB | 29.5 | KTB ทำกำไรสุทธิ 1.08 หมื่นล้านบาท (-19% yoy, -26.3% qoq) ใน 4Q25 ยังแนะนำ “ซื้อ” KTB แต่ปรับราคาเป้าหมายในปี 2026 ลงเป็น 30 บาท (จาก 30.50 บาท) |
| บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| SCB | 159 | หุ้นมีจุดเด่นเรื่องปันผล โดยคาดการณ์ DY ปี 25F-26F ไว้ที่ 11.30 บาท/หุ้น/ปี ณ ราคาปัจจุบันที่ 137 บาท คิดเป็น DY ประมาณ 8.2% ต่อปี ทั้งนี้ธนาคารได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 2 บาท/หุ้น คาดว่าจะจ่ายสำหรับ 2H25F อีก 9.30 บาท/หุ้น ซึ่งคิดเป็น Remaining DY ที่สูงถึง 6.8% ธนาคารมีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง และบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี แนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 159 บาท |
| บล.ยูโอบีเคย์เฮียน |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| AAV | 1.4 | Laggard play กลุ่มท่องเที่ยว คาดผลประกอบการไตรมาส 4/68 ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลง ตัดขาดทุน 1.14 บาท |
| BJC | 16.5 | ราคาซื้อขายที่เพียง 13.32x PER และ 0.49x PBV แม้ผลประกอบการอ่อนแอแต่รับรู้ไปในราคาพอสมควรแล้ว ตัดขาดทุน 14.25 บาท |
| KTC | 32 | รายงานกำไรไตรมาส 4/68 ที่ 2 พันล้านบาท +10% QoQ, +6% YoY ดีกว่าเราและตลาดคาด ตัดขาดทุน 27.50 บาท |
| SPA | 4 | ผลประกอบการไตรมาส 4/68 คาดฟื้นตัวต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง และเข้าสู่ช่วงตรุษจีนที่เป็นบวกต่ออุตสาหกรรม ตัดขาดทุน 3 บาท |
| บล.ฟิลลิป |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BTG | 17.60 / 18.00 | แนะนำ BUY เป้าหมาย 17.60 / 18.00 แนวรับ 17.00 / 17.20 มาเลเซียอนุมัติการส่งออกหมูจากไทย คาดราคาเนื้อสัตว์ 1Q69 ฟื้นตัวขึ้น q-q |
| PSL | 6.50 / 6.65 | แนะนำ BUY เป้าหมาย 6.50 / 6.65 แนวรับ 6.05 / 6.15 4Q68 คาดกำไรดีสุดของปี โต y-y, q-q 1Q69 แนวโน้มดีตามดัชนีเรือ |
| บล.ไอร่า |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| LOREAL80 | 1.55 / 1.70 | “LOREAL80” ในเชิงกลยุทธ์ เราคาดว่า L'Oréal SA (OR:FP) คาดจะได้รับแรงหนุนระยะสั้นจากความคาดหวังผลประกอบการ 4Q’25 ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า จะออกมาฟื้นตัวมากขึ้น จากความต้องการของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งในตลาดความงามทั้งในตลาดสหรัฐฯ รวมทั้งตลาดจีนเริ่มฟื้นตัวขึ้น หนุนทิศทางราคาหุ้นได้บ้างในระยะสั้น อย่างไรก็ตามหากพิจารณา Valuation ณ. ปัจจุบันเทรดอยู่ที่ระดับ Fwd PE 28.9x+/- เราคิดว่าค่อนข้างตึงตัวเมื่อเทียบกับการเติบโตในระดับเพียง Single Digit |