กำไร 4Q68 อ่อนตัว QoQ และอาจต่อเนื่องไปจนถึง 1Q69• กำไร 4Q68 อยู่ที่ 1,167 ล้านบาท อ่อนตัว 32%QoQ แต่ดีขึ้น 36% YoY • ราคาหมูที่อ่อนตัวส่งผลให้ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นจากธุรกิจฟาร์มสัตว์บก ปรับตัวแย่ลง แต่มีรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจค้าปลีกมาช่วยหนุน • แนวโน้มราคาหมูกลับมาอ่อนตัวแรงในเดือน ก.พ. 69 ทำให้คาดกำไร 1Q69 จะอ่อนตัวลงทั้ง QoQ และ YoY และอาจเห็นกำไรปี 2569 ทั้งปีอ่อนตัวลง YoY ด้วย • Upside จากราคาหุ้นอาจไม่สูงมาก แต่ปันผลค่อนข้างน่าสนใจ คงคำแนะนำ “ซื้อ” กำไร 4Q68 อ่อนตัว QoQ ตามแนวโน้มราคาสัตว์บก. TFG ประกาศกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 1,167 ล้านบาท อ่อนตัว 32% QoQ แต่ยังดีขึ้น 36% YoY โดยรายได้รวมค่อนข้างทรงตัวทั้ง QoQ และ YoY แม้ว่ารายได้จากธุรกิจฟาร์มสัตว์บกจะอ่อนตัว ลง QoQ ตามแนวโน้มราคาสัตว์บก โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจหมูที่อ่อนตัวลงถึง 17%QoQ แต่รายได้จากธุรกิจค้าปลีกปรับตัวดีขึ้นราว 9%QoQ จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย จำนวนสาขา ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 615 สาขา เพิ่มขึ้น 82 สาขา จาก 3Q68 และ 214 สาขา จาก ณ สิ้นปี 2567 ซึ่งรายได้จากธุรกิจค้าปลีกที่ดีขึ้นช่วยชดเชยรายได้จากธุรกิจฟาร์มสัตว์บก ที่ชะลอตัวได้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.3% ลดลงจาก 3Q25 ที่ 18.8% แม้ว่าจะดีขึ้น จาก 4Q67 ที่ 14.8% โดยแนวโน้มที่อ่อนตัว QoQ เป็นผลจากราคาสัตว์บกในประเทศไทยที่อ่อนตัวลง โดยราคาหมูหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ราว 61 บาท/กก. (-12%QoQ, -16% YoY) และราคาไก่หน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ราว 38 บาท/กก. (-4%QoQ, -1%YoY) (อ้างอิงราคาจากกรมการค้าภายใน) ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจฟาร์มสัตว์บกอ่อนตัวลงค่อนข้างมาก แต่ผลกระทบ จากราคาขายที่ลดลงบางส่วนถูกชดเชยด้วยการขายผ่านสาขาร้านค้าปลีกของบริษัท
คาดกำไร 1Q69 และ 2569 จะอ่อนตัวลง. เราคาดกำไร 1Q69จะอ่อนตัวทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากราคาหมูหน้าฟาร์มในช่วงต้นปี 2569 ยังมีแนวโน้มที่อ่อนตัวลง (ราคาในช่วงเดือน ม.ค. 2569 ดีขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ราว 68-69 บาท/กก. แต่ในช่วงเดือน ก.พ. 2569 อ่อนตัวลงค่อนข้างมากเหลือราว 54-55 บาท/กก.) แม้ว่า ราคาไก่หน้าฟาร์มจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยก็ตาม (ราคาในช่วงเดือน ม.ค. - ก.พ. 2569 ทรงตัว อยู่ในช่วง 40-41 บาท/กก.) และเมื่อพิจารณาถึงราคาเฉลี่ยในปี 2568 ที่ค่อนข้างสูง (ราคาสูง มากในช่วง 1H68 และอ่อนตัวลงใน 2H68 แต่เฉลี่ยทั้งปีอยู่ในระดับสูง) ทำให้เราคาดกำไรปี 2569 จะอ่อนตัวลงราว 20% YoY มาอยู่ที่ 6,282 ล้านบาท แต่คาดผลกระทบจะน้อยกว่าธุรกิจ ฟาร์มสัตว์บกอื่นๆ เนื่องจาก TFG มีธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ในช่วงขยายตัวมาช่วยชดเชย Upside ยังน่าสนใจ คงคำแนะนำ “ซื้อ”. เราให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 6.1 บาท อิง PBV 1.6 เท่า แม้ว่า Upside จากราคาปัจจุบัน จะไม่สูงมาก แต่ด้วย Div. Yield ที่ค่อนข้างสูง (บริษัทประกาศจ่ายปันผลสำหรับกำไรในงวดที่ เหลือของปีที่ 0.3 บาทต่อหุ้น XD 4 มี.ค. 2569 คิดเป็น Residual Div. Yield 5.2% หลังจากที่ มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดกำไรปี 2568 ไปแล้ว 3 รอบ รวม 0.4 บาทต่อหุ้น) ขณะที่ปี 2569 ภายใต้ประมาณการกำไรของเรา คาดว่าจะเห็น Div. Yield ที่ราว 9.4% นักวิเคราะห์ : ธนภัทร ฉัตรเสถียร เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 49194 e-mail : tanapat@trinitythai.com
|